renovateบ้าน กับ ขั้นตอนน่ารู้ก่อนรีโนเวทบ้านทั้งหลัง

renovateบ้าน เป็นโตรงการใหญ่และหลาย ๆ คนที่มีบ้านเก่าฝันถึง เพราะเมื่อบ้านที่อยู่อาศัยไปนานๆแน่นอนว่าย่อมมีความเสื่อมโทรมหรือบางส่วนหมดสภาพลงจนอาจถึงขั้นอยู่อาศัยลำบาก ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงคิดถึงเรื่องการรีโนเวทครั้งใหญ่ ชนิดที่เรียกได้ว่าต้องปรับปรุงบ้านทั้งหลังกันเลยทีเดียว ซึ่งมองๆไปก็จะคล้ายๆกับการสร้างบ้านใหม่ซึ่งต้องมีองค์ประกอบทั้งขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้างในส่วนต่างๆ เริ่มตั้งแต่ หลังคา ผนัง งานระบบ วัสดุในการตกแต่งผิว เป็นต้น แต่ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริงการรีโนเวทบ้านยังมีความแตกต่างจากการสร้างบ้าน คือ การเพิ่มขั้นตอนในการรื้อถอนวัสดุเดิมออก รวมถึงขั้นตอนที่ไม่จำเป็นอย่างการเตรียมโครงสร้าง เพราะส่วนใหญ่จะยังคงใช้โครงสร้างเดิมอยู่

renovateบ้าน

ดังนั้นในการรีโนเวทบ้านทั้งหลังจะมีการดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ “แบบรื้อถอน” จะระบุว่าผนัง พื้น เฟอร์นิเจอร์ Built-in บริเวณใดบ้างที่จะต้องถูกรื้อถอนออกไป กับอีกส่วนหนึ่งคือ “แบบปรับปรุง” ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งและรูปแบบของส่วนที่ต้องติดตั้งใหม่หลังจากที่รื้อถอนของเดิมออก โดยมีหลักยึดสำคัญต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก ทั้งการรื้อถอนหรือติดตั้งนั่นก็คือส่วนโครงสร้างหลักที่ต้องระวังความเสียหายหรือรับน้ำหนักมากเกินไป อาทิเช่น ผนังระบบ Precast (นิยมใช้ในโครงการหมู่บ้านจัดสรร) จะไม่สามารถรื้อถอนหรือเจาะช่องอะไรได้เลย ส่วนหากต้องการกั้นผนังเพิ่มในโซนที่ไม่มีแนวคานมารองรับก็ควรใช้เป็นผนังโครงเบาเท่านั้นเป็นต้น และถ้ามีรายละเอียดที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตดัดแปลงตามกฎหมาย เจ้าของบ้านต้องอย่าลืมยื่นเรื่องขออนุญาตต่อหน่วยงานราชการให้เสร็จเสียก่อนที่จะเริ่มลงมือปรับปรุง

เมื่อได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนแรกที่ควรเริ่มดำเนินการก็คือการรื้อถอนวัสดุเดิมออกพร้อมทั้งขนย้ายนำออกไปทิ้ง (หากว่าวัสดุใดที่ยังคิดจะนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ประตู หน้าต่าง จะต้องเตรียมพื้นที่เก็บให้เป็นสัดส่วน) หลังจากรื้อถอนขนวัสดุออกไปทิ้งแล้ว เราก็สามารถเริ่มดำเนินการปรับปรุงส่วนต่างๆเป็นลำดับขั้นตอนคล้ายกับการก่อสร้างบ้านใหม่ ซึ่งตามปกติจะเริ่มจากโครงสร้างเป็นสิ่งแรก แต่การรีโนเวทมักจะใช้เป็นโครงสร้างเดิมจึงแค่ตรวจสอบหรือซ่อมแซมให้พร้อมใช้งาน

หากตรวจสอบโครงสร้างแล้วว่าพร้อมใช้งาน ก็ลองมาดูส่วนต่างๆตามลำดับลงมากรณีที่ต้องเปลี่ยนโครงหลังคาหรือวัสดุมุงหลังคาใหม่ รวมทั้งการติดตั้งพวกฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้าเพดาน ควรรีบดำเนินการเป็นอย่างแรกเพื่อที่จะได้สะดวกในการไล่ทำความสะอาดจากด้านบนลงมา แถมยังจะได้ช่วยป้องกันแดดและฝน นอกจากนั้นหากต้องเปลี่ยนแปลงตำแหน่งบันได ควรที่จะติดตั้งโครงสร้างบันไดใหม่ให้พร้อมจะได้ใช้เป็นเส้นทางสัญจรแทน

renovateบ้าน

แต่ถ้าไม่มีงานหลังคาหรืองานเปลี่ยนพวกตำแหน่งบันได ก็มักจะเริ่มที่งานผนังทั้งผนังก่อหรือผนังเบาพร้อมติดตั้งวงกบประตูหน้าต่างไม้รวมไปถึงระบบไฟฟ้า/ประปา ทั้งนี้ในการปรับปรุงบ้านทั้งหลังก็ควรจะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงพวกงานระบบต่างๆไปพร้อมๆกัน เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากที่จะต้องมาเปลี่ยนใหม่ในอนาคต  หากว่าท่อหรือสายไฟของเดิมไม่สะดวกที่จะรื้อถอนก็ให้ปล่อยทิ้งไว้และไปติดตั้งในตำแหน่งใหม่แทน ในระหว่างนี้ถ้าต้องปรับปรุงห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นงานเปลี่ยนกระเบื้องผนัง สุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ รวมไปถึงการซ่อมแซมพื้นห้องน้ำที่มีรอยรั่วซึมพร้อมทำระบบกันซึมก็ดำเนินการไปพร้อมๆกับงานด้านระบบอื่นๆ

หลังจากทำงานก่อหรือติดตั้งผนังพร้อมกับเดินงานระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาถึงขั้นตอนของงานฉาบผนังและงานฝ้าเพดาน ส่วนมากเรื่องของงานฉาบก็มักจะเริ่มจากฉาบให้ผิวเรียบเนียนหรือฉาบเพื่อปกปิดรอยต่อเพื่อจะได้ดำเนินขั้นต่อไปคือการตกแต่งปิดผิว ส่วนถ้าเป็นงานเปลี่ยนฝ้าเพดานมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือระดับ จะต้องติดตั้งโครงคร่าวตามด้วยการติดตั้งแผ่นฝ้า พร้อมกับเดินงานระบบที่ต้องซ่อนอยู่เหนือฝ้าจบงานด้านผนังและฝ้าเพดานแล้ว ก็มาถึงเรื่องของวัสดุตกแต่งผิวพื้นและผนัง งานติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็มาถึงขั้นตอนการทำความสะอาดก่อนที่จะเริ่มนำเฟอร์นิเจอร์เข้าตกแต่งเพียงเท่านี้ก็จัดว่าภาพรวมการรีโนเวทเสร็จสิ้นแล้ว แต่ถ้ามีการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบบ้านเช่น ที่จอดรถ สวน พื้นระเบียง ไปจนกระทั่งรั้วรอบบ้านก็ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการปรับปรุงบ้าน

renovateบ้าน

จากขั้นตอนทั้งหมดจะพบว่าการปรับปรุงหรือรีโนเวทบ้านเก่าทั้งหลังมีขั้นตอนน้อยกว่าการสร้างบ้านใหม่ เพราะแค่มีงานรื้อถอนและขนย้ายวัสดุเพิ่มขึ้นมา แต่การรีโนเวทบ้านก็มีข้อจำกัดวิธีนี้จึงไม่ค่อยสะดวกกับบ้านที่มีพื้นที่น้อยหรือมีกำแพงบ้านติดกับคนอื่น อย่าง ทาวน์โฮม ตึกแถว ผู้รับเหมาอาจจะต้องหันมาใช้วิธีรื้อถอนสลับกับปรับปรุงไปพร้อมๆกันทีละส่วนของบ้าน โดยเป็นการเริ่มจากด้านในสุดของบ้านไล่ออกมาจนถึงด้านนอก อีกทั้งในช่วงที่ดำเนินการรีโนเวทเจ้าของบ้านจะต้องเตรียมใจหาแนวทางสำรองเผื่อแก้ไขหากมีสถานการณ์ต่างๆเกิดขึ้นและทำใจยอมรับว่ามีบางจุดที่จะไม่ตรงกับแบบก็ได้ ฉะนั้นการรีโนเวทบ้านควรให้ผู้ออกแบบเข้ามามีบทบาทในการควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ให้คำปรึกษาแก่ช่างผู้รับเหมาให้การดำเนินงานไม่เกิดอุปสรรค ตรงตามแผนงานที่วางไว้ทุกประการและก่อปัญหาให้น้อยที่สุดค่ะ