หลังคาสกายไลท์ เพิ่มแสงสว่างให้กับบ้านแบบประหยัด ค่าไฟ

หลังคาสกายไลท์ กำลังเป็นที่นิยมเป้นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะหลายคนที่มีโอกาสสร้างบ้านหรือซื้อบ้านของตนเอง แน่นอนอยู่แล้วว่าคงไม่ต้องการให้บ้านอับหรือมืดทึบ ดังนั้นในขั้นตอนการออกแบบบ้านก็อย่าลืมออกแบบช่องแสงในจุดที่จำเป็นไว้บ้าง เพราะจะช่วยให้บ้านสว่างขึ้น ลดจุดอับชื้น ที่สำคัญยังเป็นการช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย โดยจุดช่องแสงทั่วไปก็จะได้แก่ หน้าต่าง ประตู ผนังติดกระจก แต่ถ้าเป็นในต่างประเทศจะเพิ่มช่องแสงบนหลังคาหรือใส่วัสดุโปร่งแสง อาทิเช่น  กระจกเทมเปอร์, ลามิเนต หรือที่มักนิยมเรียกกันว่า “ หลังคาสกายไลท์” (Skylight) ในการทำหลังคาลักษณะนี้มีผลดีต่อบ้านหลายอย่าง แต่จะมีอะไรบ้างนั้น มาลองดูกันค่ะ


ข้อดีของการติดตั้งหลังคา หลังคาสกายไลท์

หลังคาสกายไลท์

  • เพิ่มแสงสว่างภายในบ้าน ลดการใช้แสงจากหลอดไฟ

หลังคาโปร่งแสงจะรับแสงแดดจากบนหลังคาในช่วงกลางวันถือว่าเป็นการใช้งานจากพลังงานธรรมชาติไม่ต้องเสียเงินซื้อ นอกจากนั้นยังทำให้จุดอับชื้นหรือมุมมืดของบ้านสว่างขึ้นโดยที่ไม่ต้องเปิดไฟ

  • ช่วยระบายอากาศภายในบ้าน ฆ่าเชื้อโรคทางอ้อม

ปกติแล้วสกายไลท์จะติดตั้งเพื่อให้เปิดออกได้ ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แสงแดดจะส่องเข้ามาภายในบริเวณบ้าน เพื่อช่วยระบายความร้อนและความอับชื้นได้

  • ทำให้บ้านดูโปร่งและกว้างขึ้น

การติดตั้งช่องแสงขนาดใหญ่จะทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในพื้นที่เปิด ไม่มีหลังคาทึบมาบดบังสายตา เมื่อมองขึ้นไปด้านบนก็สามารถรับบรรยากาศภายนอกบ้านได้ ส่งผลให้บ้านดูโปร่งสบายตาและกว้างขึ้น


เมื่อเราได้ทราบข้อดีของการติดตั้งช่องแสง หลังคาสกายไลท์ แล้ว คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าควรจะติดตั้งสกายไลท์ที่บริเวณไหนของบ้านบ้าง ซึ่งโดยปกติจะนิยมบริเวณ 4 จุดใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่น, จุดอับแสงและมืดของบ้าน, ห้องใต้หลังคา และส่วนต่อเติมภายนอกที่ต้องการแสงสว่าง เช่น สวนกระจก, ห้องทานอาหาร, ห้องครัว เป็นต้น แต่วันนี้เราจะมาแนะนำจุดหลักๆของบ้านที่นอกเหนือจากบริเวณที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มแสงสว่างให้กับบ้านค่ะ

1.ทางเดินภายในบ้าน

หลังคาสกายไลท์

ถือว่าเป็นจุดแรกที่ต้องการแสงสว่างค่อนข้างมาก  โดยเฉพาะทางเดินที่เชื่อมต่อจากประตูหน้าบ้าน หรือโถงทางเดินภายในบ้าน ซึ่งบางบ้านอาจจะออกแบบมาแล้วรู้สึกว่าแคบหรือมืด ทำให้มองเห็นไม่ถนัดจำเป็นต้องเปิดไฟในบ้านตลอดทั้งวัน การเติมช่องแสงเข้าไปในจุดนี้จะช่วยทำให้บ้านดูสว่างขึ้น และยังทำให้ปลอดภัยมากขึ้นหากกรณีที่เป็นพื้นต่างระดับ


2.ห้องนั่งเล่นหรือพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน

หลังคาสกายไลท์

บริเวณนี้เป็นสถานที่ที่คนในบ้านมักจะมานั่งพักผ่อนหย่อนใจทำกิจกรรมร่วมกันอยู่เสมอ การออกแบบให้ได้รับแสงที่พอเหมาะ จะทำให้ห้องดูโล่ง รู้สึกสบายตา และยังได้รับลมจากธรรมชาติ แต่การติดช่องแสงอย่างลืมพิจารณาปริมาณของช่องแสงและทิศทางที่แสงตกกระทบด้วย เพราะหากว่าแสงเข้ามากเกินไป จะทำให้รู้สึกร้อนจนแสบตาก็ได้


3.โถงเหนือบันได

หลังคาสกายไลท์

บางบ้านออกแบบมาให้บันไดที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นล่างกับชั้นบนเป็นทางเดินแคบๆมีผนังกั้นปิดกันตกไว้ที่ด้านข้าง ซึ่งทำให้บริเวณนี้มืดจนควรที่จะเพิ่มหลอดไฟเข้าไปเสริมเพื่อความปลอดภัยในขณะที่ใช้บันได แต่หากคุณใช้วิธีเจาะช่องแสงให้โปร่งสว่างก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน แถมลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุลงได้


4.มุมทำงาน

หลังคาสกายไลท์

เจ้าของบ้านบางคนใช้บ้านส่วนตัวทำเป็น Home Office ด้วย ดังนั้นการเลือกมุมติดตั้งช่องแสงสกายไลท์ในจุดที่ต้องการเช่น บริเวณโต๊ะทำงาน ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น


5.ห้องครัว

หลังคาสกายไลท์

อีกจุดหนึ่งของบ้านที่ต้องการแสงสว่างไม่แพ้จุดอื่น ก็คือห้องครัวเพราะจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ขจัดความอับชื้นและยังเพิ่มความสว่างให้กับห้อง ลองหามุมดีๆในการทำช่องสกายไลท์บริเวณเพดานที่ต้องการ เช่น เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร มุมล้างผัก


6.ห้องทานข้าว

หลังคาสกายไลท์

เพื่อเพิ่มบรรยากาศและรสชาติให้กับอาหาร ทำให้รู้สึกได้รับแสงสว่างที่อบอุ่นและโรแมนติกด้วยช่องแสงเล็กๆจากแสงแดดธรรมชาติ


7.ห้องน้ำ

หลังคาสกายไลท์

ในบ้านรุ่นเก่ามักนิยมทำห้องน้ำไว้อยู่ด้านในมุมลับตาปิดมิดชิด แต่ในความเป็นจริงแล้วห้องน้ำเป็นห้องที่ควรจะให้มีแสงสว่างส่องเข้ามาถึงมากที่สุดเพื่อลดความอับชื้น ฆ่าเชื้อโรคที่หมักหมมอยู่ภายใน ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้แหล่ะที่จะเป็นพาหะทำให้เกิดโรคต่างๆ ฉะนั้นการเปิดพื้นที่ให้แสงแดดเข้าไปในห้องน้ำก็จะช่วยทำให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้น


8.ห้องซักรีดหรือห้องอเนกประสงค์

หลังคาสกายไลท์

บ้านสมัยใหม่เริ่มมีการจัดแบ่งโซนแยกห้องซักรีดหรือห้องใช้งานอเนกประสงค์ออกมาต่างหาก ซึ่งเหมาะกับภูมิอากาศแบบบ้านเราที่มีฝนตกชุกและแดดแรง เพราะอย่างน้อยการที่เราเจาะช่องสกายไลท์ไว้เวลาที่ฝนตกเรายังสามารถตากผ้าในที่ร่มแบบไม่ต้องกลัวฝน แถมเวลาแดดออกจะทำให้ผ้าไม่เหม็นอับอีกด้วย


จุดหลักๆเหล่านี้เป็นจุดที่ควรจะมีแสงสว่างให้เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งในการติดตั้งสกายไลท์จะต้องคำนึงถึงตำแหน่ง ทิศทางของแสง และขนาดของบานควรให้พอเหมาะกับพื้นที่ เพราะถ้าแสงมากเกินไปก็จะส่งผลให้ห้องร้อน รวมทั้งต้องดูแลการติดตั้งไม่ให้มีรอยรั่วบนหลังคาหรือผนังในจุดที่ติดตั้งอีกด้วย