วงกบประตู บางกว่าผนัง ทำยังไงดี? ตามมาดูวิธีแก้และติดตั้งอย่างไรให้ลงตัว

วงกบประตู การติดตั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เชื่อว่าปัญหาคาใจของคนที่สร้างบ้านต้องประสบพบเจอก็คือกรณีผนังที่หนากว่าขนาดวงกบ ซึ่งเจ้าของบ้านส่วนมากมักเกิดความไม่แน่ใจว่าจะติดตั้งอย่างไรระหว่างชิดด้านนอก หรือชิดใน แต่ไม่ว่าวิธีไหนก็ไม่มีถูกผิด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งานของแต่ละบ้าน โดยปกติแล้ววงกบของประตู-หน้าต่าง จะมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 10 ซม. ซึ่งจะเท่ากับความหนาของผนังก่ออิฐฉาบปูนครึ่งแผ่น(หรือที่เรียกกันว่าผนังก่ออิฐชั้นเดียว)  พอดี อย่างไรก็ตามการก่อผนังก็สามารถทำให้มีความหนามากกว่า 10 ซม.ได้ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น ผนังก่ออิฐฉาบปูนเต็มแผ่นที่มีความหนาถึง 20 ซม. หรือผนังที่ก่อขึ้นเพื่อให้พอดีกับความกว้างของเสา ซึ่งอาจจะมีความหนาได้ถึง 30 ซม. โดยที่ผนังเหล่านี้จะมีความหนามากกว่าวงกบประตู-หน้าต่าง ส่งผลให้เกิดปัญหาว่าจะติดตั้งวงกบชิดด้านในหรือด้านนอกบ้านดี ในความเป็นจริงแล้วตำแหน่งของการติดตั้งประตู-หน้าต่าง มีทางเลือทั้งหมดอยู่ 3 ทางคือ ติดตั้งชิดนอก ติดตั้งชิดใน และติดตั้งตรงกึ่งกลางผนัง ซึ่งการเลือกติดตั้งแต่ละตำแหน่งมีข้อดี-ข้อเสีย ดังต่อไปนี้


  • การติดตั้งประตู-หน้าต่างชิดด้านนอก

วงกบประตู

กรณีที่เป็นประตู-หน้าต่างบานเปิดจะทำให้สามารถเปิดบานได้กว้างมากถึง 180 องศา ซึ่งตามปกติแล้วประตู-หน้าต่างเวลาที่จะเปิดออกมักจะเป็นลักษณะการผลักไปสู่ภายนอกบ้าน แต่หากว่าเป็นการติดตั้งชิดด้านใน เมื่อเปิดบานประตู-หน้าต่างจะติดบริเวณขอบผนังที่ 90 องศา ข้อดีของการติดตั้งประตู-หน้าต่างแบบชิดนอกจะช่วยให้ไม่มีฝุ่นสะสม หรือมีนกมาเกาะแล้วอาจขับถ่ายลงเลอะเทอะตรงส่วนขอบผนังภายนอกบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างยากในการเข้าไปทำความสะอาด นอกจากนั้นแล้วยังมีพื้นที่ขอบผนังเหลือภายในบ้านให้สามารถติดตั้งเหล็กดัดเพิ่มเติม รวมทั้งยังติดตั้งผ้าม่านให้อยู่ภายในช่องของประตูหรือหน้าต่างได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้ไม่มีรางม่านและรางผ้าม่านโผล่ยื่นออกมานอกแนวผนัง หรือกรณีที่ผนังหนามากส่งผลให้มีพื้นที่ขอบเหลือเยอะมากทำให้ใช้เป็นที่วางของอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด


ส่วนการตกแต่งขอบผนังที่เหลืออยู่ภายใน นอกจากจะใช้วิธีการฉาบปูนเรียบและทาสีแล้ว ยังสามารถจะดำเนินการติดซับวงกบเพิ่มเติม โดยตัวซับวงกบก็คือแผ่นไม้ที่ใช้สำหรับตกแต่งวงกบประตู-หน้าต่าง วัตถุประสงค์เพื่อปิดรอยต่อระหว่างวงกบกับผนัง สามารถออกแบบให้มีชั้นและลวดลายต่างๆ ส่งผลให้เพิ่มมิติให้กับผนังภายในบ้านได้มากขึ้น


  • การติดตั้งประตู-หน้าต่างชิดใน

วงกบประตู

ข้อดีของการติดตั้งแนวนี้คือช่วยป้องกันน้ำฝนได้มากกว่า เป็นเพราะความหนาของขอบผนังด้านนอก จะป้องกันไม่ให้รอยต่อระหว่างวงกบกับผนังต้องโดนฝนตรงๆ แต่อย่างไรก็ตามบริเวณขอบผนังล่างต้องมีการทำขอบให้ลาดเอียงออกไปสู่ภายนอกเพื่อไม่ให้น้ำฝนลงไปขังอยู่ที่วงกบซึ่งจะส่งผลทำให้รั่วซึมมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนในแง่ของความสวยงาม การติดตั้งประตู-หน้าต่างชิดใน เมื่อผนังโดนแสงแดดส่องจะทำให้เกิดเงาบริเวณประตู-หน้าต่าง ทำให้ผนังดูมีแสงเงามิติ ไม่แบน และหากว่าผนังมีความหนาขึ้นมาอีกพอสมควรขอบผนังก็จะสามารถช่วยกันแดดได้อีกเล็กน้อย


  • การติดตั้งประตู-หน้าต่างกึ่งกลางผนัง

วงกบประตู

หรือเรียกได้ว่าเป็นทางสายกลาง ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ผนวกเอาทั้งข้อดี-ข้อเสียเข้าด้วยกัน คือของทั้งสองแบบ ทั้งการติดตั้งชิดนอกและชิดในไว้ด้วยกัน ถ้ามองในมุมของความสวยงามกรณีที่ผนังมีความหนาพอสมควรจะช่วยทำให้ผนังดูมีมิติที่มองเห็นทั้งข้างนอกข้างในมากขึ้น แต่ถ้าในแง่ของประโยชน์ใช้สอย ขอบผนังที่อยู่ด้านนอกก็จะสามารถช่วยป้องกันน้ำฝน และแดดได้พอสมควร และขอบผนังที่อยู่ด้านในก็สามารถนำเหล็กดัด ผ้าม่าน ซับวงกบมาติดตั้ง รวมทั้งใช้วางสิ่งของด้วยก็ได้ เมื่อมองในแง่ของการดูแลรักษาความสะอาดอาจจะต้องทำความสะอาดขอบทั้งผนังด้านนอกและด้านใน


ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การตัดสินใจที่จะติดตั้งประตู-หน้าต่างชิดด้านนอกหรือด้านในผนัง ควรต้องพิจารณาเรื่องรูปแบบของประตู-หน้าต่างให้ดีเสียก่อน หากว่าเป็นบานเปิดกรณีที่ต้องการเปิดกว้างถึง 180 องศา ควรติดตั้งแบบชิดด้านนอกเพียวอย่างเดียว แต่ทว่าอยากเปิดแค่ประมาณ 90 องศา หรือประตู-หน้าต่างเป็นบานเลื่อน ถึงจะค่อยๆพิจารณาไปถึงปัจจัยอื่นๆ อาทิเช่น ด้านของประโยชน์ใช้สอย ป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนหรือไม่ ซึ่งถ้าตรงบริเวณนั้นมีทำหลังคาคลุมไว้อยู่แล้วก็อาจไม่จำเป็น หรือหากต้องการพื้นที่ไว้สำหรับติดเหล็กดัด ควรเลือกเป็นการติดตั้งชิดด้านนอกหรือกึ่งกลางก็จะมีที่ว่างสำหรับติดเหล็กดัดด้านใน ส่วนการดูแลรักษาเรื่องความสะอาดหน้าต่างด้านนอกหรือด้านในสามารถทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากหรือไม่ และเรื่องสุดท้ายคือความสวยงาม ต้องการให้ผนังดูมีมิติไม่แบนหรือไม่ ซึ่งปัจจัยที่ว่ามาทั้งหมดนี้เจ้าของบ้านต้องลองเปรียบเทียบและชั่งน้ำหนักตัดสินใจให้ดีก่อนที่จะติดตั้ง เพราะการนำมาแก้ไขจะมีความยุ่งกว่าทั้งเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่ายค่ะ