บทความอัพเดทล่าสุดเมื่อ December 20, 2023

รางน้ำ ฝนหากคุณไม่ติดตั้งไว่กับตัวบ้านแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ฝนตก น้ำฝนสามารถทำความเสียหายให้กับบ้านของเราได้ โดยที่เจ้าของบ้านไม่ทันรู้ตัว เพราะเวลาที่สายฝนเทกระหน่ำลงมากระทบกับหลังคาบ้าน หากไม่มีรางน้ำฝนมารองรับน้ำฝนก็จะกระเซ็นออกมาโดนผนังบ้านส่งผลให้เลอะเทอะ เกิดคราบสกปรกเป็นเชื้อรา รวมถึงทำให้ผนังบวม ยังไม่นับความแรงของน้ำที่จะส่งผลต่อพื้นที่สวนและพื้นที่อยู่รอบบ้าน ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการติดตั้งรางน้ำฝน ซึ่งวันนี้เรามีข้อดีและเทคนิคการติดตั้งรางน้ำฝน รวมไปข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเทคนิคการซ่อนรางน้ำฝน รวมไปถึงเคล็ดลับการดูแลรางน้ำฝนอย่างไรไม่ให้อุดตัน มาฝากกัน

สาเหตุที่บางบ้านเลือกที่จะไม่ติดตั้งรางน้ำฝน อาจเป็นเพราะกลัวความไม่สวยงามของ รางน้ำ ส่งผลให้บ้านดูไม่ดี ไม่สวยงาม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันระบบรางน้ำฝนได้มีการพัฒนาทั้งสีและดีไซน์ เพื่อให้เข้ากับตัวบ้านมากขึ้น นอกจากนั้น การเลือกวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพ ยังช่วยปกป้องบ้านให้มีความสวยงาม ใช้งานคงทนไปได้อีกยาวนาน


ข้อดีของการติดรางน้ำฝน

ข้อดีของการติดรางน้ำฝน1. ป้องกันผนัง จากคราบน้ำฝน

ช่วงเวลาที่ฝนตกคงหลีกเลี่ยงการกระเด็นของน้ำฝนไม่ได้เพราะน้ำฝนที่กระเซ็นเข้าผนังจะทำให้เกิดคราบน้ำไปจนถึงเชื้อราบนผนัง สีที่ทาบ้านจะบวมลอกล่อนออกมา ทำให้บ้านไม่สวยงาม จนอาจเกิดผลเสียหายไปจนถึงโครงสร้างได้ นอกจากนั้นน้ำฝนที่ไหลย้อนกลับเข้ามาบริเวณฝ้าหรือใต้ชายคา ก็จะเกิดความเสียหายให้กับเพดานของบ้าน

2. ป้องกันพื้นสวนและบ่อปลาจากน้ำฝนตกกระทบ

หลังคาที่ไม่ได้ทำการติดตั้งรางน้ำฝนเอาไว้ ช่วงเวลาที่ฝนตกน้ำฝนก็จะไหลตกลงบนพื้นด้านล่าง ยิ่งหลังคาบ้านสูงแล้วมีปริมาณน้ำฝนตกลงมามากๆ ก็จะทำให้เกิดแรงตกกระทบมากเช่นกัน หากบริเวณนั้นเป็นดินหรือสวนก็จะทำให้เป็นร่องตามแรงน้ำ ผนังบ้านที่อยู่บริเวณนั้นก็จะเลอะดินโคลนที่กระเซ็นกระจายเต็มสวนสวย กลายเป็นพื้นดินชื้นแฉะ

ป้องกันวงกบประตูหน้าต่างเกิดความชื้น

3. ป้องกันวงกบประตูหน้าต่างเกิดความชื้น

โดยปกติแล้ววงกบประตูหน้าต่างจะทำมาจากไม้ หากต้องสัมผัสความชื้นจากน้ำฝนเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะพองบวมหรือตรงตะขอเกี่ยวหน้าต่างก็จะเกิดสนิมจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

4. ป้องกันปัญหาดินทรุดตัว

ประโยชน์ของการติดรางน้ำฝนก็เพื่อช่วยรองรับและระบายน้ำไปยังจุดที่ต้องการปล่อยน้ำลง ช่วยให้ไม่มีปริมาณน้ำขังที่บนผิวดินและซึมลงไปชั้นล่าง เพราะหากว่ามีปริมาณน้ำไปสะสมซึมอยู่ใต้ดินปริมาณมากๆ จะทำให้ผิวดินอุ้มน้ำไว้มากจนเกินไป ส่งผลให้เกิดปัญหาดินทรุดตัวจนทำให้โครงสร้างเสียหายและทรุดเอียงได้ นอกจากนั้นการติดรางน้ำฝนจะช่วงรักษาหน้าดินชั้นบนจากการชะล้างของน้ำฝนอีกด้วย

5. ป้องกันปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน

ในกรณีที่บ้านปลูกสร้างติดๆกันแล้วไม่ติดตั้งรางน้ำฝนเอาไว้ เวลาที่น้ำฝนไหลลงมาจากหลังคามีปริมาณมากและกระแทกลงมาด้วยความแรง น้ำก็อาจจะกระเด็นไปยังบ้านข้างๆสร้างความเสียหายได้ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตาม ปพพ.ม.๑๓๔๑ ที่ว่า “ท่านมิให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ทำหลังคาหรือการปลูกสร้างอย่างอื่น ซึ่งทำให้น้ำฝนตกลงยังทรัพย์สินซึ่งอยู่ติดต่อกัน”


เทคนิคการเลือกรางน้ำฝนให้เหมาะสมกับบ้าน

เทคนิคการเลือกรางน้ำฝนให้เหมาะสมกับบ้าน

แม้ว่ารางน้ำฝนจะเป็นส่วนประกอบเล็กๆของบ้าน แต่ก็มีส่วนสำคัญทั้งในเรื่องของความสวยงามและการใช้งาน เพราะนอกจากจะต้องให้เข้ากับสไตล์บ้านแล้ว ต้องดูด้วยว่าลักษณะของรางน้ำฝนจะทำหน้าที่ได้ดีและตอบโจทย์ให้กับบ้านของเรามากน้อยแค่ไหน โดยมีแนวทางการเลือกซื้อง่ายๆ คือพิจารณาตั้งแต่การเลือกวัสดุ ขนาด คุณสมบัติที่เหมาะสมกับทนทาน ไม่เป็นสนิมง่าย ดังนี้

1. ขนาดความกว้าง-ลึกของรางน้ำฝน

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำฝนระบายไม่ทันจากรางก็คือขนาดของรางและจุดระบายน้ำฝนมีขนาดไม่เพียงพอ ฉะนั้นจึงต้องเลือกรางที่มีความกว้างและความลึกให้พอดี มีรูปทรงรองรับน้ำฝนได้อย่างพอเหมาะสม ไม่ตื้นจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นออกมาจากราง และให้มีขนาดที่พอเหมาะกับหลังคาด้วย โดยทั่วไปแล้วรางน้ำฝนจะกว้างประมาณ 6 นิ้ว ลึกประมาณ 3 นิ้ว

2. เลือกใช้วัสดุที่ทนแดดทนความชื้น

การเลือกรางน้ำฝนนอกจากจะดูที่ความสวยงามแล้ว ควรพิจารณาเรื่องความคงทนทานต่อการผุกร่อน แสงแดด และความชื้น น้ำหนักเบา ไม่แตกร้าว ไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน ติดตั้งสะดวก และสามารถเข้ากับตัวบ้านในแบบต่างๆ ได้

เลือกใช้วัสดุที่ทนแดดทนความชื้น

3. เลือกสีและดีไซน์ให้เข้ากับตัวบ้าน

สมัยก่อนคนจะนิยมรางน้ำฝนที่ทำจากสังกะสีซึ่งเมื่อนำมาติดตั้งแล้วดูไม่สวยงาม จึงทำให้ไม่นิยมที่จะใส่รางน้ำฝน แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนารางน้ำฝนให้มีความหลากหลายขึ้นทั้งรูปทรง หลายสี บางชนิดเพิ่มนวัตกรรม


สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำรางน้ำ

หลังจากที่เราทราบกันไปแล้วเกี่ยวกับการติดตั้งรางน้ำกันไปแล้ว เราก็มีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับใครที่อยากให้รางน้ำดูสวยงามมากยิ่งขึ้นด้วยเทคนิคการซ่อนรางน้ำฝน รวมไปถึงเคล็ดลับการดูแลรางน้ำฝนอย่างไรไม่ให้อุดตันมาฝากกัน ลองไปดูข้อมูลกันเลย


เทคนิคการซ่อนรางน้ำฝนให้สวยงาม

การติดตั้งรางน้ำฝนเป็นตัวช่วยที่ดีของบ้านในช่วงฤดูฝน เพราะช่วยรวบรวมและระบายน้ำฝนจากผืนหลังคาให้ไหลไปยังจุดที่ต้องการปล่อยน้ำฝนทิ้ง ช่วยป้องกันไม่ให้ผนังบ้าน หน้าต่าง และประตูเกิดคราบสกปรกจากน้ำฝนได้อีกด้วย แต่ข้อเสียคือวัสดุที่นำมาติดตั้งอาจทำให้บ้านดูไม่สวยงาม ดูเทอะทะ บดบังทัศนียภาพของหลังคา ดังนั้นการการติดตั้งด้วยเทคนิคซ่อนรางน้ำฝนจึงเป็นวิธีที่หลาย ๆ คนนิยม เราลองมาดูกันดีกว่ามีเทคนิคใดน่าสนใจบ้าง

  • ติดตั้งรางน้ำฝนไว้ด้านหลังเชิงชาย : เชิงชายคือชิ้นไม้หรือเหล็กที่ใช้ปิดทับส่วนปลายของโครงหลังคา โดยปกติช่างจะใช้รางน้ำมายึดติดกับเชิงชายด้านนอก แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่ต้องการให้เห็นรางน้ำฝน ก็สามารถกลับเอารางน้ำฝนไปไว้หลังเชิงชายแทนได้ วิธีการนี้มักใช้กับหลังคาขนาดเล็กหรือมีความชันไม่สูงมาก
  • ติดตั้งรางน้ำฝนไว้หลัง Parapet : การทำ Parapet คือการก่อกำแพงเตี้ยๆขึ้นมาเพื่อบังไม่ให้เห็นหลังคา ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับบ้านสไตล์โมเดิร์นหรือบ้านแนวลอฟท์ เพื่อซ่อนรางน้ำฝนและไม่ให้ยื่นหลังคาเป็นชายคาออกมาจากแนวผนังของอาคารไ
  • ติดตั้งรางน้ำฝนระหว่างผืนหลังคา : การซ่อนรางน้ำฝนบนหลังคาบ้านสามารถทำได้โดยการทำรางน้ำฝนไว้ในแนวของผนังหรือเสาของอาคาร และออกมาเป็นชายคา โดยวิธีการนี้มีข้อดีคือรางน้ำฝนสามารถรับน้ำจากผืนหลังคาได้ดี แต่อาจมีน้ำฝนเล็กน้อยที่ไหลลงชายคาและไม่ส่งผลต่อพื้นที่สวนด้านล่างหรือส่วนอื่นของบ้านได้

สำหรับวัสดุรางน้ำฝน ควรหมั่นทำความสะอาดเศษฝุ่นหรือใบไม้เพื่อป้องกันไม่ให้รางน้ำเกิดการอุดตันและน้ำขัง การซ่อนรางน้ำฝนด้วยวิธีการที่ 2 กับ 3 มักนิยมที่จะซ่อนท่อน้ำฝนไว้ตามแนวผนังอาคารได้อยู่แล้ว แต่ส่วนการซ่องรางน้ำฝนด้วยวิธีการแรกอาจจะต้องคิดเรื่องของแนวการเดินท่อเพิ่มเติม หรืออาจจะเลือกใช้วิธีเป็นโซ่ (Rain Chain) แทนท่อน้ำฝน โดยให้น้ำไหลลงมาตามสายโซ่ ทำให้ดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ


เคล็ดลับการดูแลรางน้ำฝนอย่างไรไม่ให้อุดตัน

เมื่อระยะเวลาผ่านไป รางน้ำฝน พื้นดาดฟ้า และระเบียงอาจไม่สามารถระบายน้ำได้ดีเหมือนเดิม อาจเกิดจากการอุดตันที่ทำให้รั่วซึมและส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆของบ้าน เราลองมาดูเทคนิคการดูแลรางน้ำฝนอย่างไรไม่ให้อุดตันกัน

เปิดสาเหตุรางน้ำฝนอุดตันมีสาเหตุมาจากอะไร ?

การอุดตันของรางน้ำฝนมักมาจากเศษผง ใบไม้แห้ง รวมถึงรังนกที่ร่วงลงมาสะสมในราง จนมีปริมาณมากพอที่จะทำให้เกิดการอุดตันได้ และเมื่อมีฝนตกแล้วน้ำอาจไหลล้นออกมานอกราง และรั่วซึมเข้าสู่ในบ้านได้ในที่สุด

วิธีการแก้ไขรางน้ำฝนอุดตัน

  1. ขจัดเศษสิ่งสกปรกและเศษใบไม้ที่ฝังอยู่บริเวณปากท่อระบายน้ำออก
  2. ตรวจสอบว่ามีการอุดตันในท่อ ข้องอ หรือปลายท่อหรือไม่ หากพบว่ามีการอุดตันในท่อแนะนำว่าควรหาช่างมาแก้ไขให้เรียบร้อย เช่นการใช้งูเหล็กทะลวง
  3. ทำความสะอาดรางน้ำฝนเรียบร้อยแล้วติดตั้งตะแกรงครอบบนรางน้ำฝนเพื่อป้องกันเศษสิ่งสกปรก เศษใบไม้ หรือรังนกไม่ให้ตกลงไปได้
  4. ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ห่างจากตัวบ้านและคอยตัดแต่งกิ่งไม้ที่ยื่นไปใกล้กับผืนหลังคาช่วงที่ติดกับรางน้ำฝนเพราะสาเหตุหลักของการอุดตันก็คือเศษใบไม้ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้ใหญ่

บางคนอาจไม่รู้ว่าการระบายน้ำฝนมีความสำคัญมาก แม้จะเป็นส่วนประกอบเล็กๆ แต่ก็สามารถกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆ ที่ทำให้เจ้าของบ้านต้องหมดสติ แก้ไขปัญหาเป็นเรื่องที่ยากเสียจริงๆ ดังนั้น เราควรให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบระบายน้ำฝนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น โดยเลือกขนาดตำแหน่งที่เหมาะสมและอุปกรณ์ที่เหมาะสม รวมทั้งควรทำความสะอาดและตรวจสอบอยู่เสมอเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้อุดตันและรักษาความสวยงามของบ้านได้

Con Mueangsak

เขียนโดย Con Mueangsak

โฟร์แมนเป็นงานประจำ เขียนบทความเกี่ยวกับช่างและงานก่อสร้างเป็นงานเสริม รักการก่อสร้างเป็นชีวิตจิตใจ สนใจติดต่องานก่อสร้างติดต่อในอีเมลได้เลยครับ ผู้เขียนเว็บไซต์ Constructacon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save