บทความอัพเดทล่าสุดเมื่อ December 20, 2023

ผนังปูนเปลือย สุดคูล เอาใจคนเท่ ๆ สไตล์ลอฟท์

ผนังปูนเปลือย เป็นสิ่งที่เราคงเคยเห็นมาบ้าง เพราะปัจจุบันการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft Style) เป็นที่นิยมชมชอบของเจ้าของบ้านสไตล์ดิบๆ โดยมักจะใช้ผนังปูนเปลือยเพื่อเพิ่มความเท่และเป็นส่วนตัวให้กับบ้าน โดยผิวผนังปูนเปลือยที่มีลายริ้วๆ นั้นเกิดขึ้นเองจากการฉาบและฝีมือของช่างปูน แต่การฉาบผนังปูนเปลือยนั้นต้องใช้เทคนิคฝีมือเฉพาะตัว และต้องใช้ส่วนผสมของปูนฉาบและขั้นตอนการฉาบให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลงานที่สวยงามและตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้าน วันนี้เราเลยอยากพาทุกท่าน มาทำความรู้จักกับผนังปูนเปลือยกันให้มากขึ้น พร้อมกับเกร็ดความรู้เสริมว่า ควรเลือกวัสดุก่อผนังแบบไหนดี ระหว่างอิฐมอญกับคอนกรีต รวมไปถึงการดูแลผนังให้ห่างไกลจากเชื้อราเพราะความชื้น มาฝากกัน


ทำความรู้จัก ”ผนังปูนเปลือย”

ทำความรู้จัก ”ผนังปูนเปลือย”

ผนังปูนเปลือย มักทำผนังให้เป็น “ผิวหนังขัดมัน” หรือที่เรียกว่า “ผนังปูนเปลือย” เพราะด้วยเสน่ห์ของผิวปูนที่เป็นลายริ้วๆ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการฉาบและฝีมือของช่างฉาบปูน ให้ได้อารมณ์เท่แบบเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี โดยปกติเวลาก่อสร้างบ้านช่างจะทำการฉาบปูนอย่างน้อย 2 ชั้น ซึ่งชั้นแรกจะเป็นการฉาบให้เรียบ แต่ยังหยาบๆ ด้วยการใช้เกรียงพลาสติก ส่วนชั้นที่สองคือชั้นที่เป็นพื้นผิว ในชั้นนี้สำหรับบ้านที่สร้างใหม่ หากเจ้าของบ้านมีความต้องการอยากได้ผิวผนังขัดมัน ช่างจะทำการฉาบปูนขัดมัน ซึ่งจะทำโดยนำผงปูนซีเมนต์มาโรยบนผิวผนังในขั้นตอนสุดท้ายของการฉาบ แล้วใช้เกรียงเหล็กขัดจนเกิดความมันเรียบ ทั้งนี้ ความสวยงามของผิวผนังที่เกิดขึ้นนอกจากฝีมือของช่างที่มีความชำนาญแล้ว ต้องอาศัยเรื่องส่วนผสมของปูนฉาบ ขั้นตอนการฉาบ และความสามารถเทคนิคฝีมือเฉพาะตัวเป็นองค์ประกอบด้วย ถึงจะทำให้ได้ผนังตามที่ใจต้องการ

ข้อดีของการฉาบด้วยปูน Skim Coat คือสามารถทำงานได้ง่ายกว่า เพราะปูน Skim Coat เป็นวัสดุสำเร็จรูป เพียงแค่นำมาผสมน้ำในสัดส่วนที่พอเหมาะ ก็นำไปฉาบได้ทันที ซึ่งการใช้ปูน Skim Coat ไม่จำเป็นว่าต้องใช้กับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและต้องการเปลี่ยนผนัง แต่สามารถนำมาใช้กับบ้านที่สร้างใหม่ได้เช่นเดียวกัน โดยฉาบลงไปบนผิวผนังปูนฉาบเรียบในชั้นที่สองแทนการทาด้วยสี

ผนังขัดมัน

สิ่งสำคัญสำหรับบ้านที่ตกแต่งด้วยผนังขัดมันไม่ว่าจะต้องการให้เป็นรูปแบบใด ก็คือการทาเคลือบด้วย น้ำยาเคลือบผิว หรือที่เรียกกันว่าน้ำยาต้านทานการดูดซึม ( Water Repellent) ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบผิวด้าน และแบบผิวมัน การทาน้ำยาเคลือบผิวมีประโยชน์เพื่อจะได้เป็นตัวช่วยป้องกันความชื้น และคราบสกปรกต่างๆที่อาจจะซึมเข้าไปสู่ด้านในของพื้นผิวส่งผลให้เกิดร่องรอยด่างต่างๆ ส่งผลให้พื้นผิวของผนังไม่สวยงาม และเพื่อให้น้ำยาทำงานได้มีประสิทธิภาพควรที่จะต้องเคลือบเป็นประจำในทุกๆ 1 – 2 ปี  ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของน้ำยา รวมทั้งผนังขัดมันนั้นไม่ว่าจะอยู่ภายใน หรือภายนอกตัวบ้าน แสงแดดก็จะเป็นตัวการที่จะทำให้น้ำยาเสื่อมคุณภาพได้เร็วขึ้นกว่าปกติ

ผนังปูนเปลือย สุดคูล เอาใจคนเท่ ๆ สไตล์ลอฟท์

บางคนอาจมีคำถามและข้อสงสัยว่า “ผนังปูนเปลือย” กับ “ผนังขัดมัน” มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าการทำผนังในสไตล์ลอฟท์ ซึ่งเราสามารถแยกผนังทั้งสองชนิดออกได้ดังนี้

  • ผนังปูนเปลือย คือ ผนังที่ให้ผิวสัมผัสโชว์เนื้อแท้ของงานปูนโดยไม่ทาสีทับ ปูนเปลือยสามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบหล่อในที่ (การเทหรือหล่อคอนกรีตลงในแบบที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ อาทิเช่น แบบไม้ หรือแบบเหล็ก) เมื่อคอนกรีตเกิดการเซ็ตตัวค่อยถอดแบบออก ผิวสัมผัสที่ได้จะทิ้งร่องรอยของแบบหล่อหรือน็อตไว้) แบบผนังก่ออิฐฉาบปูนธรรมดา ในแบบนี้สามารถเลือกลักษณะผิวสัมผัสได้หลายแบบ เช่น ฉาบเรียบ ฉาบขัดมัน หรือฉาบตกแต่งผิว ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉาบ วัสดุที่ใช้ และฝีมือความชำนาญของช่างเป็นส่วนประกอบด้วย
  • ผนังขัดมัน คือ ผนังปูนเปลือยรูปแบบหนึ่งที่ให้ผิวสัมผัสเรียบเนียน ลวดลายดูเป็นธรรมชาติ เป็นการฉาบผนังตามวิธีโดยปกติทั่วไปที่จะมีการฉาบสองชั้น แล้วโรยผงซีเมนต์ลงไปบนผนังในขั้นตอนสุดท้ายของการฉาบ หลังจากที่พรมน้ำก็ใช้เกรียงเหล็กขัดวนจนเกิดความมันขึ้น แค่นี้ก็จะได้ผนังที่มีเสน่ห์ในแบบดิบๆ เท่ๆ กับพื้นผนังที่ไม่ต้องตกแต่งอะไร

ผนังปูนเปลือย

นอกจากนั้นเจ้าของบ้านต้องคำนึงถึงผนังขัดมัน นอกเหนือจากฝีมือของช่างที่จะควบคุมไม่ให้เกิดรอยแตกร้าวแล้ว สิ่งหนึ่งที่จัดได้ว่าสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเจ้าของบ้านต้องระมัดระวังในเรื่องของท่อร้อยสายไฟ หรือท่อประปาที่เดินผนัง หรือแม้แต่การเดินลอยบนผนังตามสไตล์ดิบๆ ของแนวลอฟท์ไว้ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนทำผนังขัดมัน ฉะนั้นจึงควรวางแผนการเดินท่อต่างๆ ให้ดี เพราะถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจนถึงขั้นต้องสกัดผนังเพื่อเดินท่อใหม่ การซ่อมแซมผนังที่ฉาบเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยไปแล้ว อาจทำได้ไม่ง่าย และแน่นอนว่าความสวยงามก็คงไม่ได้ตามแบบเดิม และอาจทำให้เจ้าของบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็นอีกด้วย


สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผนังปูน

ทำความรู้จักกับผนังปูนเปลือยกันไปแล้ว บทความนี้เราอยากให้คุณมากทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกวัสดุก่อผนังปูนอย่างการใช้อิฐมอญกับคอนกรีตที่ถึงแม้วัตถุประสงค์จะใกล้เคียงกัน แต่ก็มีข้อแตกต่างกันค่อนข้างมาก เราจึงอยากนำข้อมูลมานำเสนอ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้มากขึ้น รวมไปถึงเทคนิคการดูแลผนังปูนให้ห่างไกลจากเชื้อราด้วย


อิฐมอญหรือคอนกรีต เลือกแบบไหนดี

การก่อสร้างบ้านและการก่อผนังใช้อิฐเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยจะมีผู้ใช้บ้านที่เลือกใช้วัสดุแตกต่างกันออกไป หลายๆ คนจึงมีข้อสงสัยว่าอิฐมอญและอิฐคอนกรีตมีข้อแตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีและข้อเสียต่างกันอย่างไร เราขอสรุปให้ดังนี้

1. อิฐมอญ

อิฐมอญเป็นที่นิยมใช้กันในประเทศไทย เพราะมีราคาที่ถูก และความแข็งแรงมาก อีกทั้งยังมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าอิฐคอนกรีต ทำให้เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ อิฐมอญมีการผลิตในท้องถิ่น โดยผลิตจากดิน และเตาอบ จึงทำให้มีมาตราฐานไม่ค่อยเหมือนกัน แต่เหมาะสำหรับการก่อสร้างบ้านที่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า

อิฐมอญมีความแข็งแรงและทนทานมากกว่าอิฐชนิดอื่นๆ และมีราคาถูกกว่าอิฐคอนกรีต แต่ดูดซึมน้ำไม่ค่อยได้ และต้องใช้จำนวนมากกว่าในการก่อผนังขนาดเล็กและห้องน้ำ

2. อิฐคอนกรีต

อิฐคอนกรีตเป็นวัสดุก่อสร้างที่ผสมปูนซีเมนต์ และวัสดุเสริมที่ไม่เป็นอินทรีย์ เช่น ทราย และกรวด หรือย่อมว่าเป็นการผลิตอิฐที่แตกต่างจากอิฐมอญ โดยมีข้อดีคือ มีความแข็งแรง คงทน และทนต่อการกัดกร่อน สามารถก่อผนังได้เร็ว และทันเวลา ทั้งนี้ อิฐคอนกรีตมีการผลิตในโรงงาน จึงมีมาตรฐานและคุณภาพสูงกว่าอิฐมอญ

อิฐคอนกรีตมีข้อดี เช่น น้ำหนักเบา มวลน้อย ความหนาแน่นต่ำ ทนไฟ และทนความร้อน แต่ราคาแพงกว่าอิฐมอญ แต่ถือว่าถูกกว่าเมื่อพิจารณาจากขนาดการใช้งาน ข้อเสียของอิฐคอนกรีตคือ ไม่มีความทนทานเท่าอิฐมอญ


เทคนิคการดูแลผนังปูนให้ห่างไกลจากเชื้อรา

การแก้ปัญหาในเบื้องต้นเจ้าของบ้านควรใช้วัสดุที่เรียกว่า Flashing เพื่อป้องกันน้ำฝนไม่ให้ไหลซึมเข้าไปในร่อง โดยการติดตั้ง Flashing คือ การใช้วัสดุประเภทสังกะสี หรือเมทัลชีท หรือสแตนเลส ครอบไปยาวตลอดแนวระหว่างผนังกับรั้ว ในส่วนของผนังที่เกิดความชื้นไปแล้ว ควรรื้อกระเบื้องที่หลุดล่อนหรือลอกสีที่บวมพองออกมาเสียก่อน แล้วจึงทำการดูแลผนังให้ห่างไกลจากเชื้อราโดยมี 2 แนวทางให้เลือกดำเนินการ คือ

1. การเลือกใช้วัสดุกันซึม

การใช้วัสดุกันซึมสำหรับทาผนังด้านใน เพื่อป้องกันการเกิดความชื้น ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากความชื้นที่เกิดขึ้นบนผนังสามารถทำให้เกิดเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ วัสดุกันซึมประเภท EPoXy จึงเป็นวัสดุที่เหมาะสมสำหรับใช้กันซึมบนผนังภายใน แต่วัสดุประเภทนี้มีจำหน่ายน้อย เนื่องจากมีผู้ผลิตน้อยราย ส่วนใหญ่จะมีเป็นวัสดุกันซึมประเภทที่ทาได้ด้านโดนความชื้นเสียมากกว่า สำหรับการป้องกันการเกิดความชื้นบนผนังด้านใน วิธีที่ฉบับได้ผลและสะดวกที่สุดคือ การทาวัสดุกันซึม และทาสีภายใน หรือปูกระเบื้องตกแต่งตามความชอบของเจ้าของบ้าน

2. การเลือกการทาผนังด้วยสีกันความชื้น

การทาผนังด้วยสี ควรใช้สีอะคริลิกประเภทที่ไม่มีโมเลกุลของสีหนาแน่นมาก เพื่อให้สามารถให้ความชื้นระเหยออกมาได้ (หรือเรียกว่าสีหายใจได้) และควรเลือกใช้วัสดุที่ช่วยระบายอากาศในบริเวณผนังได้


จากข้อมูลที่ได้นำเสนอไปข้างต้น หากคุณชอบการสร้างบ้านแบบปูนเปลือย ควรที่จะมองหาช่างที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้พื้นที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ การเลือกวัสดุก่อผนังปูนสำหรับบ้านของคุณอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น การเลือกใช้วัสดุนี้คอยตระหนักถึงความต้องการในการใช้งานและการใช้งบประมาณอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลงานที่สมบูรณ์แบบและคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างบ้าน

Con Mueangsak

เขียนโดย Con Mueangsak

โฟร์แมนเป็นงานประจำ เขียนบทความเกี่ยวกับช่างและงานก่อสร้างเป็นงานเสริม รักการก่อสร้างเป็นชีวิตจิตใจ สนใจติดต่องานก่อสร้างติดต่อในอีเมลได้เลยครับ ผู้เขียนเว็บไซต์ Constructacon

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save