บ้านไม้ยกพื้นสูง อย่าง “บ้านทรงไทย” โบราณแต่ไม่ล้าสมัย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ

บ้านไม้ยกพื้นสูง อย่าง“บ้านทรงไทย” คือแบบบ้านที่สามารถสะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้ดีเที่ยวเดียว ถึงแม้ในยุคสมัยนี้จะหาบ้านที่สร้างในรูปแบบบ้านทรงไทยได้น้อยลง เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับแบบบ้านที่เป็นรูปทรงอื่นๆ แต่เชื่อได้ว่ายังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคงชื่นชอบบ้านสไตล์นี้ เพราะเป็นสัญลักษณ์รวมทั้งแสดงออกถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงมีการออกแบบบ้านทรงไทยรูปแบบใหม่ขึ้นเพื่อให้เหมาะกับการอยู่อาศัยในยุคนี้ คือนำมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น หรือที่เรียกกันว่า “บ้านทรงไทยร่วมสมัย” โดยยังคงความอ่อนช้อยไว้ทุกกระเบียดนิ้วแต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งแรงทนทาน พร้อมกับเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานแบบทรงไทยไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งในส่วนข้อดีหลักๆของบ้านทรงไทยก็คือ ประหยัดงบประมาณค่าก่อสร้างเพราะเป็นบ้านที่มีลักษณะแบบบ้านชั้นเดียว ยกใต้ถุนสูง ที่สำคัญอีกอย่างก็คือบ้านทรงไทยเป็นแบบบ้านที่เหมาะสมต่อสภาพอากาศของประเทศไทยมากที่สุด แต่ส่วนจะมีข้อดีอย่างไรหรือจุดเด่นเหมาะสมขนาดไหนเพราะอะไรบ้าง มาลองดูกันค่ะ


1.บ้านทรงไทยกับรูปแบบหลังคาทรงจั่วที่สามารถระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี

บ้านไม้ยกพื้นสูง

หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงได้ยินได้ฟังมาว่าบ้านทรงไทยเป็นแบบบ้านที่เหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทยที่อยู่ในภูมิภาคที่แทบจะมีอากาศร้อนเกือบทั้งปี ทั้งนี้อันดับแรกต้องบอกก่อนว่าแบบบ้านทรงไทยทั่วไปนั้นนิยมใช้วัสดุหลักทำจากไม้มาเป็นส่วนประกอบสำคัยในการสร้างบ้าน จึงสามารถช่วยคลายร้อนได้ดีกว่าการใช้วัสดุที่ทำมาจากคอนกรีตเหมือนบ้านทั่วไปในยุคปัจจุบัน เนื่องจากตัวของคอนกรีตมีคุณสมบัติในการอมความร้อนสูงกว่าวัสดุประเภทไม้ ฉะนั้นเมื่อเจออากาศที่ร้อนจัดมากๆหรือมีแดดส่องช่วงกลางวันตลอด  พื้นไม้ก็จะรับแสงแดดและสามารถคลายความร้อนได้รวดเร็วและเย็นตัวกว่าการใช้วัสดุชนิดอื่นๆ ส่งผลให้อุณหภูมิที่หมุนเวียนอยู่ภายในบ้านเย็นตัวไปด้วย นอกจากนั้นยังรวมไปถึงเรื่องโครงสร้างหลังคาทรงจั่วของแบบบ้านทรงไทยจะมีลักษณะที่สูงกว่าแบบบ้านอื่นๆ ด้วยพื้นที่โปร่งมีพื้นที่จรดเพดานสูงขึ้นไป อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 35 องศา ทำให้ระบายความร้อนได้เร็วเช่นกัน  ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่นับว่าเป็นข้อดีของบ้านทรงไทยนั่นคือการรับมือกับความร้อนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งหลังคาทรงจั่วจะช่วยให้บ้านสามารถกักเก็บมวลอากาศไว้ในบ้านเปรียบเสมือนฉนวนกันความร้อน ผู้อยู่อาศัยภายในบ้านแทบจะไม่รู้สึกถึงไอความร้อนจากภายนอกเลย ยิ่งถ้าเป็นกรณีที่ปลูกบ้านทรงไทยและติดตั้งฉนวนกันความร้อน หรือเลือกใช้เป็นกระเบื้องหลังคาแบบสะท้อนความร้อนเข้าไปอีก เชื่อได้ว่าไม่ต้องเปิดแอร์ก็ยังไม่รู้สึกร้อนแม้จะเป็นวันที่มีแดดจัดก็ตาม ดังนั้นเราจึงสามารถสรุปได้ว่านอกจากเรื่องความเย็นสบายแล้วยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย หากใครเคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวหรืออาศัยอยู่บ้านทรงไทยจะเห็นได้ว่าบ้านทรงไทยจะไม่ค่อยนิยมติดเครื่องปรับอากาศเท่าไหร่ หรือถึงติดก็จะไม่ค่อยเปิดใช้งานเพราะอากาศที่เวียนอยู่ภายในก็ทำให้เย็นสบายอยู่แล้ว


2.บ้านทรงไทยยกใต้ถุงสูงช่วยป้องกันอุทกภัยและสัตว์ร้ายได้

บ้านไม้ยกพื้นสูง

สิ่งที่หลายคนกังวลและเป็นห่วงเกี่ยวกับบ้านทรงไทยมากที่สุดก็คือในช่วงฤดูฝน สาเหตุมาจากโครงสร้างวัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในการสร้างบ้านจะเป็นไม้เกือบ 100% ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องของความชื้นที่อาจทำให้ไม้บวมได้ นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องพวกแมลงกินไม้ต่างๆ เช่น ปลวก มอดไม้ แต่หากว่าสร้างบ้านทรงไทยด้วยไม้ประเภท ไม้สัก ไม่มะค่า ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความแข็งแรง ทนทาน ด้วยไม้สามารถรับได้ทุกสภาพอากาศ แถมปลวกก็ยังไม่กินไม้ 2 ชนิดนี้อีกด้วย นอกจากนั้นบ้านทรงไทยยังมีจุดเด่นอีกอย่างคือมักมีโครงสร้างใต้ถุนบ้านสูงกว่า 2 ม. เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในบ้าน เพราะอากาศใต้ถุนบ้านจะถ่ายเทสะดวกทำให้เย็นสบาย เหมาะเป็นที่นั่งที่นอนเล่น และหากเกิดน้ำท่วมขังข้าวของในบ้านก็จะปลอดภัยไม่เสียหายจากการถูกน้ำท่วม ที่สำคัญเวลาที่ฝนตกหนักจนกระทั่งน้ำท่วมขังย่อมมีพวกสัตว์มีพิษว่ายปะปนมากับน้ำ  กรณีที่เป็นบ้านทั่วไปสัตว์เหล่านี้ก็จะแทรกซึมเข้าไปในบ้านอย่างสบาย แต่บ้านทรงไทยที่มีใต้ถุนสูงๆ ระดับน้ำของน้ำท่วมจะไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้าน จึงทำอันตรายกับผู้อยู่อาศัยได้


อย่างไรก็ตามหากใครที่อยากได้บ้านใต้ถุนสูงแต่ไม่ชอบบ้านลักษณะที่สร้างเป็นทรงไทยก็ลองมองหาที่ดินเปล่า เพื่อปลูกบ้านสไตล์ที่ชอบ แต่ออกแบบให้ยกระดับพื้นบ้านขึ้นมาเพื่อป้องกันน้ำท่วมก็ได้ หรือถ้าไม่มีทุนสร้างบ้านใหม่ก็พิจารณาโครงการบ้านจัดสรรใหม่ๆ ที่มีเทคโนโลยีนวัตกรรมป้องกันความร้อนและอยู่ในทำเลที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่ถ้าจะให้ดีอาจจะมองหาที่อยู่แนวสูงสไตล์คอนโดมิเนียมเลยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ปลอดภัยจากอุทกภัยและสิ่งต่างๆได้ เพราะจากสภาพพื้นใต้ดินของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯหลายพื้นที่เริ่มที่จะทรุดตัวลงประกอบกับขยะมูลฝอยที่ค้างอยู่ในท่อระบายน้ำเยอะทำให้น้ำท่วมได้ง่ายในหลายพื้นที่ค่ะ