การทาสีบ้าน กับ 4 ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจทาสีห้อง

การทาสีบ้าน หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องง่ายๆเพียงแค่เลือกเฉดสีที่ชอบเท่านั้นก็ได้สีห้องใหม่ไฉไลกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีมากกว่านั้น เพราะการทาสีห้องต้องมีเทคนิคในการทาสีให้เรียบเนียนและมีอายุการใช้งานได้ในระยะยาว ถึงแม้ว่าเราจะจ้างช่างทาสีที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะวางใจช่างทาสีได้ทั้งหมด เราจึงควรมีความรู้ด้วยการหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าเมื่อไหร่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น นอกจากจะต้องมานั่งเสียเวลาแก้ไขแล้วอาจจะต้องเสียเงินเริ่มต้นทำใหม่ทำให้เสียอารมณ์อีกด้วย


1.พิจารณาผลงานก่อนตัดสินใจเลือกช่าง

การทาสีบ้าน

ถ้าหากว่าไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองแล้วตัดสินใจจะจ้างช่างทาสีที่มากด้วยประสบการณ์มาลงมือทาสีให้ คุณจึงควรต้องหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนเริ่มต้นจากการสอบถามผู้ที่เคยใช้บริการช่างเจ้าที่คุณสนใจ และควรดูผลงานที่ผ่านมาของช่างประกอบไปด้วย โดยอาจเรียกช่างให้เข้ามาดูสถานที่ที่ต้องการจะทาสีจริงก่อน เพื่อจะได้ลองตีราคาค่าทาสีหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่ต้องการจะทา เช่น การเตรียมพื้นผิวผนัง ได้แก่ การทำความสะอาด, การลงน้ำยาพวกน้ำยากำจัดคราบเชื้อราในจุดที่เกิดเป็นคราบดำๆ, การอุดรอยโป๊ว-รอยแตก,การทาสีรองพื้น รวมทั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แปรงทาสี, พลาสติกคลุมเฟอร์นิเจอร์ ว่าเจ้าของบ้านจะเป็นคนเตรียมหรือช่างเหมาจ่ายทั้งหมด ซึ่งควรเรียกช่างมาอย่างน้อย 2-3 ราย เพื่อมาเปรียบเทียบราคาและผลงานให้เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด

นอกจากนั้นแล้ว อย่าลืมสอบถามรายละเอียดต่างๆให้มีความเข้าใจตรงกันและทำข้อตกลงร่วมกันก่อนที่จะเริ่มงาน อาทิ ขั้นตอนการทาสี, การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์และการทำความสะอาดหลังทาสีเสร็จเรียบร้อย, วิธีการชำระเงิน, ค่ามัดจำ, การแบ่งจ่ายในแต่ละงวด โดยเฉพาะงวดสุดท้ายที่ต้องชำระหลังจากตรวจสอบงานแล้ว และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องการรับประกันผลงาน, ระยะเวลาในการประกัน, การแก้ไขซ่อมแซมหากเกิดกรณีสีหลุดร่อนออกมา สีซีดจางก่อนเวลา  เป็นต้น


2.ควบคุมงบประมาณจากขนาดของพื้นที่

การทาสีบ้าน

การควบคุมงบประมาณก็เป็นอีกส่วนที่ต้องควบคุมให้ดี เพื่อป้องกันการบานปลายของงบปรมาณ ฉะนั้นเราจึงควรรู้ขนาดของพื้นที่ที่่ต้องการทาสี เพื่อแจ้งให้ช่างทราบจะได้คำนวณค่าใช้จ่ายในเบื้องต้น สำหรับวิธีการวัดพื้นให้วัดทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงฝ้าเพดาน ด้วยการวัดความกว้าง×ยาว แล้วนำพื้นที่ทั้งหมดรวมกัน เพื่อนำมาคำนวณขนาดตารางเมตร หาปริมาณการใช้สี โดยสีประมาณ 1 แกลลอนสามารถทาสีได้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร ซึ่งต้องเผื่อปริมาณสีที่ต้องทาซ้ำหลายๆรอบไว้ด้วย เพราะอาจต้องใช้สีเพิ่มมากขึ้น อาทิเช่น หากทาสีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร ใช้สี 10 แกลลอนประมาณ 1 ครั้งเป็นสีรองพื้นก่อน แล้วจึงใช้สีทับหน้าหรือสีจริงที่ต้องการอีกประมาณ 2 ครั้งหรือเพิ่มเป็น 20 แกลลอน รวมแล้วจึงต้องใช้สีถึง 30 แกลลอนในการทาสีให้ทั่วทั้งห้อง


3.เลือกเฉดสีให้ตรงใจ

การทาสีบ้าน

ปัจจุบันมีเฉดสีให้เราเลือกใช้แต่งเติมบ้านของเรามากมาย ซึ่งแต่ละเฉดสีสามารถส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยที่มีความแตกต่างกัน นอกจากจะเลือกตามความชอบและไลฟ์สไตล์ของคนในครอบครัวแล้ว การเลือกสีจึงควรต้องดูให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ถ้าเป็นห้องอ่านหนังสือใช้โทนสีออกสว่าง, ห้องนั่งเล่นใช้เป็นโทนสีอบอุ่น, ห้องนอนเลือกเป็นโทนสีที่ผ่อนคลาย, ห้องนอนเด็กใช้เป็นสีที่สบายตา อ่อนโยน ไม่เพียงเท่านั้น การเลือกสีควรเลือกสีที่สามารถใช้งานได้นาน ดูแล้วไม่น่าเบื่อ โดยอาจจะเพิ่มลูกเล่นเข้าไปเล็กน้อย ด้วยการทาสีผนังชั้นล่างให้เข้มกว่าชั้นบน หรือการสร้างลวดลายให้สีตัดกัน และสิ่งสำคัญคือควรพิจารณาองค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งภายในห้องประกอบด้วย เพื่อจะได้เป็นทิศทางเดียวกัน


4.อย่าลืมคิดถึงคุณภาพของสี

การทาสีบ้าน

หากคุณมีงบประมาณมากพอ ก็ควรเลือกใช้สีคุณภาพดี เพื่ออายุการใช้งานที่ยืนยาว พร้อมกับได้เนื้องานที่สวยเรียบเนียน ซึ่งการประหยัดงบประมาณด้วยการเลือกสีที่มีคุณภาพไม่ดี อาจต้องมานั่งแก้ไขในภายหลังเสียค่าใช้จ่ายเป็นสองเท่า นอกจากคุณภาพของสีแล้วคุณควรให้ความสำคัญกับส่วนผสมของสารเคมีที่อยู่ในสีด้วย โดยเฉพาะสีที่มีเขียนกำกับไว้ว่า Low-VOC หรือ Non-VOC ซึ่งค่าVOCs (Volatile Organic Compounds) คือสารประกอบอินทรีย์ ระเหยง่าย มีลักษณะเป็นของเหลว มีกลิ่นฉุน ไวไฟ เป็นส่วนประกอบของสีน้ำทาอาคาร สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางผิวหนังและทางปาก ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ หากได้รับสารนี้นานๆจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้  ฉะนั้นการเลือกซื้อสีทาบ้านจึงต้องละเอียดรอบคอบ อ่านฉลากให้ดีก่อนว่าสีแต่ละประเภทมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน ดพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาต่อสุขภาพในระยะยาว


จากข้อควรรู้ที่คุณควรท่องจำให้ดีทั้ง 4 ข้อที่เรานำเสนอมานี้ คงพอจะช่วยให้คุณสามารถนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการที่จะเริ่มต้นทาสีห้องหรือสีบ้านใหม่ได้ไม่มากก็น้อย เพื่อให้ได้บ้านที่สวยงดงามสมดั่งใจหวังค่ะ