การต่อเติมบ้าน 5 ข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนสายเกินแก้!

การต่อเติมบ้าน ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นเมื่อตัดสินใจซื้อแล้วอยากให้ให้มีขนาดพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมห้องครัว โรงจอดรถ ทำหลังคากันแดด  ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องมีข้อควรระวังทั้งนั้น หรือ แม้กระทั่งการต่อเติมบ้านเก่า เมื่ออยู่นานๆไปบ้านอาจจะเริ่มคับแคบลง จำนวนคนในบ้านเพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าเป็นบ้านเก่าด้วยแล้ว การที่จะต่อเติมบ้านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นมาลองเรียนรู้ 5 ข้อควรระวังก่อนคิดต่อเติมบ้านกันดีกว่าค่ะ


1.รู้จักบ้านของตนเองอย่างถ่องแท้

การต่อเติมบ้าน

ความหมายของการรู้จักบ้านของตนเองก็คือเราต้องรู้รายละเอียดที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก นั่นก็คือ “โครงสร้างบ้านของเราเอง” ซึ่งเปรียบได้เหมือนร่างกายของมนุษย์ การที่จะรักษา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงจึงควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านที่เก่า มีการก่อสร้างมาหลายปีแล้ว เจ้าของบ้านต้องศึกษารายละเอียดก่อนว่าสามารถที่จะเริ่มต่อเติมจากโครงสร้างเดิมได้หรือไม่ หรือต้องแยกต่อเติมโครงสร้างใหม่ต่างหาก หรือแม้กระทั่งบ้านใหม่ก็ควรที่จะต้องรู้ว่าลักษณะบ้านที่เราซื้อมา มีเสาเข็ม ผนัง สามารถที่จะต่อเติมได้หรือเปล่า เพราะบางครั้งในช่วงก่อสร้างอาจจะมีการตอกเสาเข็มที่มีขนาดเล็กรับน้ำหนักได้เฉพาะตัวบ้านที่ทางวิศวกรคำนวณมาแล้ว ถ้าจะต่อเติมหรือเพิ่มน้ำหนักเข้าไปไม่แน่ว่าเสาเข็มจะรับน้ำหนักไม่ไหว ซึ่งปัจจุบันโครงการบ้านจัดสรรใหม่ๆ หลายโครงการเริ่มที่จะนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปเข้ามาใช้ ส่งผลให้ไม่สามารถต่อเติมหรือเข้าไปยุ่งกับโครงสร้างเดิมได้เลย เพราะหากต่อเติมไปจะทำให้ตัวบ้านหลักเกิดการฉีกร้าว ทรุดลงมาก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้พักอาศัยได้อีกเช่นกัน


2.เข้าใจธรรมชาติของการก่อสร้าง (เช่น การแตกร้าว)

การต่อเติมบ้าน

เป็นกฎธรรมชาติที่ค่อนข้างจะตายตัวอยู่แล้วว่างานก่อสร้างเกือบทุกรูปแบบมีโอกาสที่จะเกิดการแตกร้าว ตัวผนัง เพดาน หรือพื้นฉีกตัวแยกออกจากกัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรต้องเรียนรู้หรือทำความเข้าใจ รวมทั้งการทำใจยอมรับถึงสิ่งที่มันต้องเกิดขึ้น ยิ่งถ้าเป็นการต่อเติมบ้านจากโครงสร้างบ้านเดิม ก็จะยิ่งทวีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแตกร้าวของทั้งผนังเก่าและ ผนังใหม่ ในส่วนของการต่อเติมผนังใหม่ก็อาจจะไปกระทบกับผนังเก่าส่งผลให้เกิดการเสียหาย หรือสภาพของผนังเดิมมีผลกับภาพรวมของการต่อเติม หากว่าเจ้าของบ้านเข้าใจในเรื่องของการต่อเติมก็จะช่วยให้วางแผนต่อเติมบ้านได้อย่างรอบคอบมากขึ้น และลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าหลังจากต่อเติมบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว


3.ปรึกษผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ

การต่อเติมบ้าน

หากว่าเจ้าของบ้านไม่มีความรู้หรือความเข้าใจในเรื่องการก่อสร้างต่อเติมบ้าน ไม่ควรเสี่ยงที่จะตัดสินใจเองเพราะอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ ทางที่ดีจึงควรปรึกษาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ อาทิเช่น วิศวกร สถาปนิก ว่าลักษณะแบบบ้านของเราเหมาะสมหรือควรต่อเติมหรือไม่ และถ้าต่อเติมได้ควรที่จะต่อเติมในรูปแบบใดถึงจะไม่กระทบกับโครงสร้างบ้านทั้งหมด ซึ่งเจ้าของบ้านบางรายคิดว่าเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้เอง โดยที่ไม่รู้ว่าจะเกิดความเสี่ยงต่องานต่อเติมนั้นๆ หรือเกิดความไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัยได้ หากยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อยในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี มาเป็นที่ปรึกษาให้ เข้าทำนองเสียน้อยเสียยาก ดีกว่าเสียมากเสียง่าย นอกจากนั้นในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้เพียงแต่แนวทางในการต่อเติมบ้านที่ปลอดภัยแล้ว ยังช่วยเจ้าของบ้านดำเนินการเรื่องต่างๆให้ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย


4.รู้กฎหมายก่อน

การต่อเติมบ้าน

ส่วนมากแล้วเจ้าของบ้านเวลาที่มีไอเดียอยากจะต่อเติมบ้าน ก็มักจะเริ่มเลยโดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วการต่อเติมทุกอย่างจากสิ่งปลูกสร้างเดิม หรือแม้กระทั่งการจะรื้อถอนอาคาร เพื่อทำการก่อสร้างใหม่ ตามหลักที่ถูกต้องคือต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นที่บ้านตั้งอยู่เสียก่อน รวมทั้งต้องศึกษากฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทั้งการเว้นระยะร่น ระยะห่าง ต่างๆเพื่อที่จะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน เพราะในตัวบทกฎหมายต่างๆที่หน่วยงานภาครัฐได้กำหนดไว้ ก็เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวผู้อยู่อาศัยเองและผู้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง หรือเรียกสั้นว่าเพื่อนบ้านนั่นเอง ซึ่งหากเมื่อได้ทำการต่อเติมไปแล้ว แต่ดันเกิดปัญหาในระหว่างขั้นตอนดำเนินการ หรือมาเกิดปัญหาภายหลังก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ส่งผลกระทบหลายอย่าง บางครั้งอาจจะเกิดการฟ้องร้องจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยก็มี


5.วางแผนงบประมาณ ทั้งเรื่องการจ่ายเงิน และจ้างรับเหมา

การต่อเติมบ้าน

เมื่อได้ศึกษาทุกอย่างจนละเอียดและหาข้อสรุปที่จะต่อเติมบ้านได้เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเจ้าของบ้านจึงควรวางแผนเรื่องงบประมาณ และการจ่ายเงิน รวมทั้งการเลือกผู้รับเหมาที่จะเข้ามาต่อเติมบ้านให้ ซึ่งในประเด็นนี้ก็สำคัญเช่นเดียวกัน ต้องคัดสรรเลือกผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้และมีประวัติการทำงานที่ดี (ไม่เคยมีประวัติว่าเบี้ยวงาน) เมื่อได้แล้วก็วางแผนร่วมกับผู้รับเหมาว่าในงานที่จ้างทำจะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าและป้องกันปัญหางบประมาณที่อาจจะบานปลาย แต่เจ้าของบ้านเองก็ต้องเผื่องบสำรองไว้กรณีที่เกิดฉุกเฉินหรือต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มจากแบบที่วางไว้ รวมทั้งห้ามลืมที่จะทำสัญญาการว่าจ้างงานกับผู้รับเหมาโดยเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าของบ้านจะมีความเสี่ยงสูญเงินก้อนได้คะ


ในการต่อเติมบ้านอาจจะมีดูเหมือนยุ่งยาก แต่หากเจ้าของบ้านกระทำไปตามขั้นตอน ก็จะช่วยลดปัญหาและขั้นตอนต่างๆได้เช่นกันคะ