ระบบไฟฟ้าในบ้าน เทคนิคการซ่อมที่คุณควรรู้

ระบบไฟฟ้าในบ้าน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรใส่ใจ เพราะถ้าให้พูดถึงเรื่องการซ่อมแซมบ้านส่วนใหญ่แล้วเรามักจะนึกไปถึงโครงสร้าง ผนัง พื้น หรือระบบสุขาภิบาล แต่มีสิ่งหนึ่งที่คนจะไม่ค่อยนึกถึงกันก็คือระบบไฟฟ้าภายในบ้านนั่นเอง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเรื่องระบบไฟฟ้าทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เนื่องจากเมื่อเราใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไปเป็นเวลานานๆย่อมที่จะเกิดการชำรุดเสียหาย ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดการดูแลเอาใจใส่ หรือแม้กระทั่งเกิดจากสภาพการใช้งานของตัวไฟฟ้าเอง แต่เมื่อไหร่ที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เราก็ควรที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขก่อนที่จะส่งผลเสียหรืออันตรายผู้ใช้หรือต่อทรัพย์สินภายในบ้าน เช่น การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร การเกิดอัคคีภัย เป็นต้น

ดังนั้นเพื่อให้เจ้าของบ้านได้ทราบถึงวิธีการปฎิบัติที่ถูกต้อง เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นยังสามารถนำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้อื่นได้ เราจึงมีแนวทางในการตรวจสอบและซ่อมแซมเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าดังนี้


1.กรณีที่พบสายไฟขาดหรือมีรอยฉีกขาด ควรทำการแก้ไขด้วยการตัดและต่อสายไฟใหม่ แต่ถ้าพบกว่าสายไฟมีสภาพที่ค่อนข้างเก่ามีอายุการใช้งานมาหลายปีแล้วก็ให้ทำการเปลี่ยนสายไฟใหม่แต่ต้องต่อให้ถูกวิธีและตรวจสอบแน่นหนา เพราะการใช้สายไฟเก่าเป็นอันตรายมาก เสี่ยงต่อการเกิดสายไฟช๊อต หรือเส้นทองแดงที่อยู่ภายในมีการฉีกขาดได้

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


2.กรณีที่หลอดไฟไม่ติดหรือดับ สาเหตุอาจจะมาจากหลอดขาด ก็ให้ทำการเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าทดสอบแล้วหลอดไม่ได้ขาดก็ให้ลองตรวจสอบที่สวิทช์ไฟว่าเสีย สายขาด หรือมีการลัดวงจรเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าพิจารณาดูแล้วว่าไม่ได้เกิดจากปัญหาเหล่านี้ ก็ให้ทำการเปลี่ยนหรือเช็ควงจรและไล่สายใหม่อีกครั้ง

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


3.กรณีปลั๊กหรือเต้ารับ ไม่มีไฟ อาจจะเกิดจากสายข้างในขาด, เกิดจากการลัดวงจร ถ้าตรวจสอบพบก็ให้ต่อวงจรใหม่ให้เรียบร้อย แต่ถ้าเช็คดูแล้วว่าไม่ได้เกิดจากสายไฟขาดก็ควรไปดูที่คัทเอ้าท์ และฟิวส์ที่แผงควบคุม เพราะอาจจะเป็นที่ฟิวส์ขาด หรือถ้าใช้เป็นเซอร์กิตเบรคเกอร์ก็ให้ลองสับสวิทช์ดูใหม่

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


4.กรณีที่ไฟฟ้าภายในบ้านดับบ่อย สาเหตุมาจากแผงควบคุมไฟฟ้าตัดไฟ ลองตรวจสอบดูว่าขนาดของฟิวส์มีขนาดเล็กเกินไปหรือไม่ก็ควรเปลี่ยนให้มีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานภายในบ้านหรือสถานที่ แต่ถ้าขนาดฟิวส์ที่ใส่อยู่เหมาะสมดีแล้ว ให้ลองไปตรวจสอบดูอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เต้ารับ สวิทช์ไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่กำลังเสียบใช้งานอยู่ภายในบ้าน อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นเช่นมีการลัดวงจร ให้รีบทำการแก้ไขโดยเร่งด่วนและถ้าพบว่ามีการใช้กระแสไฟเกินต้องแจ้งไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อที่จะได้ให้เจ้าหน้าที่มาทำการแก้ไขในลำดับต่อไป

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


5.กรณีที่พบว่ามีเสียงดังผิดปกติที่บริเวณสวิทช์ไฟ หรือที่แผงควบคุมไฟฟ้า ซึ่งน่าจะมาจากหน้าสัมผัส (Contact)ของอุปกรณ์นั้นมีความร้อนสูงเกิดขึ้น หรือมีสิ่งแปลกปลอมที่บริเวณหน้าสัมผันนั้นให้รีบทำการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


6.บางครั้งเราอาจจะได้ยินเสียงช็อตเบา ๆ ออกมาจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ ให้ลองไปตรวจสอบดูที่บัลลาสต์ว่าหลวมหรือไม่ และหากว่ามีหลอดไฟติดๆดับๆอาจจะเป็นที่สตาร์ทเตอร์เกิดการเสื่อมสภาพ ให้ทำการเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าเป็นที่บริเวณขั้วหลอดดำก็ควรที่จะเปลี่ยนหลอดใหม่เช่นเดียวกัน

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


7.ในช่วงของการปฎิบัติงาน เพื่อความไม่ประมาท ควรดำเนินการสวมถุงมือด้วยทุกครั้ง หรือต้องตัดวงจรที่แหล่งจ่ายไฟออกเสียก่อน พร้อมทั้งเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับการทำงานประเภทนั้นๆ เช่น การใช้ไขควงที่ไว้สำหรับตรวจสอบกระแสไฟฟ้าเช็คไฟไปตรวจดูที่บริเวณที่จะทำการแก้ไขนั้นว่ามีไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ด้วยหรือเปล่า ถ้าพบว่ายังมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ ให้หยุดทำงานโดยทันทีแล้วตรวจสอบดูว่าเกิดไฟฟ้ารั่วจากจุดไหน เพราะอุบัติเหตุร้ายแรงจะไม่เกิดขึ้นหากเราไม่ประมาท

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


8.ควรมีความเข้าใจในตัวเองก่อนว่า เราไม่ใช่ผู้ชำนาญการหรือเรียนจบมาทางด้านการซ่อมแซมแก้ไขเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าโดยตรง ฉะนั้นอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิดเราก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการแก้ไขเองได้ จึงไม่ควรเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่จะดำเนินการเองเพราะอาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ ทางที่ดีก็ควรเรียกช่างที่มีความเชี่ยวชาญให้เข้ามาดูแลแก้ไขแทนจะดีกว่า

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


9.ในการแก้ไขอุปกรณ์และวงจรไฟฟ้า ควรทำแบบระมัดระวังและควรตรวจสอบอย่างละเอียดให้ดี รวมทั้งไม่ทำการซ่อมแซมตามขั้นตอนที่ได้ศึกษาหรือมีความรู้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าในบ้าน


การดูแลรักษาบ้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอยู่ที่ว่าเจ้าของบ้านมีความใส่ใจและหมั่นตรวจสอบบ้านมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเราคอยดูแลบ้านอยู่ตลอดเวลา ก็จะช่วยป้องกันเหตุการณ์ร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเรื่องของระบบไฟฟ้าถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมาก จะเห็นได้จากข่าวเวลาที่เกิดอัคคีภัยส่วนใหญ่มักเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรอันเนื่องมาจากการใช้สายไฟที่เก่า เสื่อมสภาพ ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาสนใจบ้าน