รั้วเหล็ก ขึ้นสนิมแก้ไขเองได้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป

รั้วเหล็ก ปัจจุบันนี้บ้านส่วนใหญ่มักนิยมใช้เป็นรั้วหรือประตูที่ด้านนอกเพราะให้ความสวยงามและดูอ่อนช้อยกว่าการใช้วัสดุชนิดอื่น แต่ก็ต้องทนกับปัญหาเรื่อง รั้วเหล็ก เป็นสนิมเพราะเจอทั้งความร้อน ชื้น แสงแดด น้ำค้าง หรือน้ำฝนอยู่เป็นประจำ ส่งผลให้เหล็กเกิดการผุกร่อนและเกิดสนิมได้ง่าย ซึ่งปกติแล้วเจ้าของบ้านจะเริ่มคิดซ่อมแซมเมื่อมีอาการหนัก แต่ในความเป็นจริงการปล่อยทิ้งเอาไว้นอกจากจะทำให้บ้านดูไม่สวยงามแล้ว ยังมีเรื่องของความปลอดภัย รวมทั้งจะเสียค่าใช้จ่ายมากเกินจำเป็นอีกด้วย ฉะนั้นเราจึงควรที่จะเรียนรู้วิธีการแก้ไขในเบื้องต้นไว้ก่อน


 วิธีการแก้ปัญหารั้วบ้านเป็นสนิม

รั้วเหล็ก

1.ขั้นตอนแรกควรตรวจสอบก่อนว่าจุดที่เป็นสนิมมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน กรณีที่เจอว่าเป็นรูค่อนข้างใหญ่เกินกว่ากำลังที่จะดำเนินการเองได้ก็อาจจะต้องเรียกช่างให้มาทำการตัดแล้วเชื่อมใหม่ แต่ถ้าเป็นการผุกร่อนที่รูไม่ใหญ่มาก เราก็สามารถซ่อมแซมเฉพาะจุดก่อน ด้วยการนำกระดาษทรายขัดสีบริเวณที่เป็นรูเพื่อเอาสนิมออกให้หมด แล้วนำกาวอีพ็อกซี่ที่ไว้ใช้อุดรูโลหะลักษณะเป็นแท่งเอามาอุดเข้าไปในรู รอให้แห้งจึงขัดแต่งผิวให้เรียบอีกครั้ง

2.ก่อนที่จะดำเนิการควรที่จะปูพื้นด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า เพราะเวลาที่ใช้สารเคมีหรือทาสีจะได้ไม่เลอะเทอะลงพื้นนอกจากจะทำความสะอาดยากแล้วจะทำให้พื้นเป็นรอยด่างดวงดูไม่สวยงาม

3.นำแปรงจุ่มน้ำยาลอกสีทาไปที่ประตูหรือรั้วที่เราต้องการซ่อมแซมทาสีใหม่ ในขั้นตอนนี้มีข้อควรระวังคือน้ำยาลอกสีจะมีฤทธิ์ที่กัดกร่อนค่อนข้างรุนแรงซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ใช้น้ำยาเกิดอาการระคายเคืองได้ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มทำในขั้นตอนนี้ควรที่จะป้องกันตัวเองด้วยการสวมถุงมือและหน้ากาก รวมทั้งการใส่เสื้อผ้าที่รัดกุมเช่น เสื้อ แขนยาว,กางเกงขายาว ทางที่ดีควรหาแว่นตามาสวมด้วย เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้ฤทธิ์ของน้ำยาทำอันตรายต่อผิวหนังและร่างกายได้ ส่วนการทาน้ำยานั้นเวลาที่ทาไม่จำเป็นต้องขยี้ขนแปรง ให้ทาผ่านไปเรื่อยๆ และทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที น้ำยาจะเข้าไปช่วยกัดสีทำให้บวมขึ้นมาและหลุดร่อน

4.พอสีหลุดร่อนออกมาแล้วก็ให้ใช้เกรียงมาขูดสีที่พองขึ้นออกไปให้ได้มากที่สุด เพื่อที่เวลาเราทาสีใหม่จะได้ไม่มีชิ้นส่วนของสีติดเข้าไปด้วย

5.เมื่อขูดสีที่พองออกไปหมดแล้วก็ให้ใช้แปรงและผงซักฟอกมาขัดล้างให้สะอาดให้ได้มากๆ หากพบว่าจุดไหนที่ยังมีสีหลงเหลืออยู่ เราอาจจะใช้ตัวช่วยคือน้ำมันสนมาขัดล้างสีออกด้วยก็ได้ เพราะน้ำมันสนมีสรรพคุณในการช่วยในการลอกสีออกได้เป็นอย่างดี

6.หลังจากนั้นก็ขัดล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ให้นำกระดาษทรายชุบน้ำไปขัดที่รั้วหรือประตูอีกครั้ง เพื่อให้พื้นผิวของรั้วประตูมีพื้นผิวที่เรียบเสมอกัน

7.พอทำความสะอาดรั้วหรือประตูเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการทาน้ำยาปรับสภาพสนิมลงไปที่พื้นผิวอีกรอบ เพื่อจะทำให้สนิมเป็นชั้นฟิลม์ และป้องกันไม่ให้รั้วประตูเกิดสนิมขึ้นมาได้อีก หรืออย่างน้อยก็ช่วยชลอให้เกิดสนิมได้ช้าที่สุด

8.มาถึงขั้นตอนสุดท้ายก็คือให้ทาสีรองพื้นลงไปทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงจะเริ่มลงมือทาสีที่เราต้องการลงไปอีก 2 ชั้น แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง เป็นอันจบสิ้นกระบวนการทั้งหมด

9.อย่าลืมว่าหลังที่เราทำงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เราควรที่จะทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยทินเนอร์อีกครั้งเพื่อจะได้ไม่ให้มีเศษสนิมหรือสีติดอยู่ที่อุปกรณ์ เช่น แปรงทาสี เกรียง และเราจะได้มีอุปกรณ์ไว้ใช้งานได้อีกนานๆ


Trip หลังซ่อมแซม

รั้วเหล็ก

บางครั้งการเกิดสนิมอาจจะไม่ได้มาจากน้ำฝน หรือ แสงแดดเพียงอย่างเดียวต้นตอของปัญหาอีกอย่างก็คือการที่เจ้าตูบแสนรัก หรือจะรวมถึงสุนัขตัวอื่นๆที่มักจะชอบมาแสดงความเป็นเจ้าถิ่นในการฉี่ใส่ส่วนต่างๆของประตูรั้ว ก็จะทำให้เกิดโอกาสที่เหล็กจะขึ้นสนิมและผุพังจนเป็นรูโหว่ได้เช่นกัน ฉะนั้นถ้าเราไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้ เราก็ต้องหาไอเดียอย่างอื่นมาป้องกันแทน บางบ้านจะใช้เป็นแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดมาผูกติดกับรั้วบ้านเพื่อที่เวลาสุนัขฉี่ใส่จะได้ไม่โดนที่เหล็ก แต่ก็จะทำให้บ้านของเราไม่สวยงาม ถ้าเราลองเปลี่ยนจากการใช้เหล็กบริเวณที่อยู่ในระดับสุนัขฉี่มาเป็นไม้แทน ก็จะทำให้เราได้ประตูรั้วที่เป็นลุคใหม่แปลกตาไปอีกแบบ โดยเรามีแบบให้เลือกทดลองอยู่ 2 แบบ คือ

แบบที่ 1 จะเหมาะสำหรับประตูรั้วที่ไม่ต้องการให้มีน้ำหนักมาก และสามารถหาเศษไม้เนื้อแข็งชิ้นเล็กๆมาปะติดแล้วทาสีเคลือบผิว หรือจะทาสีธรรมชาติ ก็จะได้ประตูรั้วที่สวยงาม

แบบที่ 2 แบบนี้จะไม่ค่อยยุ่งยากเพราะไม่จำเป็นต้องใช้ชิ้นไม้เนื้อแข็งเล็กๆหลายชิ้น แต่ใช้เป็นแผ่นไม้ทั้งแผ่นมาประติดเข้าไปที่ประตูรั้วได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบนี้จะมีข้อเสียคือประตูรั้วจะค่อนข้างมีน้ำหนักเวลาเปิด-ปิดต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

การซ่อมแซมบ้านได้เองเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรปฏิบัติ เพราะถ้าเราต้องการให้บ้านดูใหม่และสวยงามอยู่เสมอ แต่ถ้าเกินเยียวยาจริงๆแนะนำว่าควรเรียกช่างผู้ชำนาญเข้ามาดูแลแทนจะดีกว่าค่ะ