กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ หลุดล่อนแก้ง่าย ๆ ได้ไม่ยาก

กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ  ลุดล่อนนูนออกมา เป็นปัญหาที่หลายบ้านกำลังประสบปัญหาอยู่ สาเหตุหลักๆเกิดจากกระเบื้องโดนแรงอัด แรงกระแทกอย่างรุนแรงจนแตก ร้าว ส่งผลให้หลุดล่อนในภายหลัง หรือมาจากความชื้นของคอนกรีตที่อยู่ใต้แผ่นกระเบื้อง ความชื้นจากใต้ดิน รวมทั้งปัญหาการรั่วซึมจากผนังซึมไปที่พื้น ปัญหาคราบสกปรกต่างๆที่สะสมกันมาเป็นเวลานนานจนทำให้ยาแนวกระเบื้องหลุดลอกออก หลังจากนั้นคราบสกปรกที่ฝังตามขอบกระเบื้องจะเกิดเป็นเชื้อราดำๆ

ในความเป็นจริงแล้วปัญหาที่เกิดจากความชื้นเรามีวิธีป้องกันตั้งแต่เริ่มก่อสร้างหรือก่อนที่จะทำการปูกระเบื้องคือ ทาน้ำยากันซึมพื้นคอนกรีตกันน้ำ น้ำยาจะช่วยกันความชื้นไม่ให้ขึ้นมาบนพื้นคอนกรีตที่อยู่ใต้แผ่นกระเบื้อง ก่อนที่จะทำการปูกระเบื้องทับลงไปแต่ถ้าเราไม่ได้ทำการป้องกันไว้ตั้งแต่เบื้องต้น ก็มีวิธีแก้ไขปัญหากระเบื้องหลุด กระเบื้องล่อนได้อีกถึง 2 วิธี คือ

1.ปูทับกระเบื้องเดิม

กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ

ถ้าปัญหาของกระเบื้องแตกร้าวมาจากการถูกกระแทกไม่เกี่ยวกับการรั่วซึมหรือความชื้น แล้วเราไม่อยากที่จะต้องมาเสียเวลาทุบกระเบื้องเก่าออกทั้งหมด เราก็สามารถที่จะปูกระเบื้องทับของเดิมไปได้เลย แต่ก่อนที่จะเริ่มปูควรที่ต้องทำความสะอาด ขัดพื้นให้สะอาดมากที่สุดเสียก่อน แล้วต้องพยายามกวาดไล่น้ำไม่ให้มีน้ำขังหลงเหลืออยู่ ตากพื้นไว้ให้แห้งรอจนกว่าพื้นไม่มีความชื้นค้างอยู่ แล้วทำการเลากระเบื้องที่แตก ร้าว ล่อนออกแล้วเอากระเบื้องแผ่นใหม่ฉาบหลังด้วยกาวซีเมนต์ชนิดที่ระบุว่าใช้ปูทับกระเบื้องเดิม (ซึ่งราคาอาจจะแพงกว่าปูนซีเมนต์ชนิดอื่นประมาณ 4-5 เท่าตัว) ปูทับพื้นเดิมลงไปได้เลย พร้อมทั้งลงยาแนวให้ครบทั้งสี่ด้านเป็นอันเสร็จเรียบร้อยได้กระเบื้องใหม่ดั่งใจของเจ้าของบ้าน การใช้วิธีนี้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ต้องไปขนเศษกระเบื้องทิ้ง แต่จะสิ้นเปลืองเสียหน่อย ส่วนใหญ่แล้วการเลือกใช้วิธีนี้จะเป็นบ้านที่ไม่สามารถหากระเบื้องลายเดิมได้ด้วยเหตุผลโรงงานเลิกผลิตไปแล้ว หรือคนที่อยู่คอนโดมีข้อจำกัดในการใช้เสียงหากเป็นการทุบกระเบื้องแน่นอนว่าเสียงจะต้องดังไปรบกวนคนข้างห้องหรือคนที่อยู่ชั้นล่างได้

2.ปูเฉพาะบางแผ่นที่เป็นปัญหา

กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ

ถ้าหากว่ามีการเก็บกระเบื้องสำรองหรือว่าหากระเบื้องลายเดิมที่ใช้อยู่ได้ ก็อาจจะเลือกเปลี่ยนเฉพาะแผ่นที่แตก ร้าว มีปัญหาเท่านั้น จะได้ทำให้พื้นของเราไม่กระโดดลวดลายออกไปจากพื้นที่พื้นทั้งหมด ส่วนวิธีการก็คือสกัดเอาแผ่นที่แตก ร้าวออกแล้วปูกระเบื้องแผ่นใหม่ลงไปทดแทนของเดิม  ถ้าเลือกวิธีนี้จะใช้เวลาซ่อมค่อนข้างนานกว่าวิธีแรก เพราะต้องค่อยๆทำการสกัดเอากระเบื้องที่เกิดปัญหาออกจนหมด ถึงจะเริ่มปูกระเบื้องแผ่นใหม่เข้าไปแทนได้ มีขั้นตอนรายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่า ที่สำคัญจะต้องหาช่างที่มีฝีมือและชำนาญการเข้ามาซ่อมแซม เพราะถ้าช่างไม่มีความชำนาญเป็นไปได้ว่าการปูพื้นอาจจะไม่เรียบเสมอกันกับแผ่นอื่นๆ


วิธีการซ่อมแซมกระเบื้องบางแผ่นที่ชำรุดที่ช่างนิยมทำ

เริ่มแรก ช่างจะทำการขูดปูนยาแนวรอบขอบกระเบื้องที่แตกร้าว ออกทั้งหมดก่อนที่จะนำเครื่องเจียร์(ใส่ใบตัดกระเบื้อง) มาตัดกระเบื้องให้ขาดเป็นแนวรอบ ห่างจากขอบกระเบื้องไปประมาณ 1 นิ้วเพื่อไม่ให้เครื่องเจียร์สกัดไปกระแทกโดนแผ่นอื่น แล้วจะทำให้สกัดได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นก็ใช้ค้อน เหล็กสกัด ค่อยๆสกัดแผ่นกระเบื้องออกจนหมด แล้วทำการสกัดพื้นเดิมให้ลึกลงไปอีกประมาณ 2 มม. เพื่อให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะได้ แล้วค่อยทำความสะอาดพื้นผิวที่จะติดกระเบื้องให้สะอาด

เมื่อทำความสะอาดพื้นผิวเสร็จแล้ว ให้ใช้การซีเมนต์ที่เหมาะสมสำหรับติดกระเบื้องทาไปบริเวณด้านหลังแผ่นกระเบื้องจนเต็มแล้วปูกระเบื้องแผ่นใหม่กลับเข้าไปที่เดิม ต้องออกแรงกดเพียงเล็กน้อย เพื่อที่กระเบื้องจะได้ยึดเกาะได้แน่นๆจากนั้นก็ลองตรวจดูระดับของพื้นให้แนวขอบกระเบื้องเท่ากับกระเบื้องแผ่นอื่นๆ

กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำ

หากกระเบื้องแผ่นใหม่ปูไม่ได้ระดับกับกระเบื้องแผ่นเดิม อาจจะสูงกว่าของเดิมก็ให้ใช้ค้อนยางตอกเข้าไปเบาๆ เพื่อจะได้ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหน้ากระเบื้องเป็นรอยระหว่างช่วงที่ตอกอยู่ก็ใช้เป็นผ้าหนาๆมารองอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นก็รอกาวซีเมนต์ที่ทาไว้หลังแผ่นกระเบื้องแห้งสนิทดีเสียก่อน แล้วค่อยลงมือยาแนวกระเบื้องกัน ช่วงเวลาที่ยาแนวต้องแน่ใจด้วยว่ายาแนวลงไปตามร่องกระเบื้องจนครบทั้งสี่ด้าน และลงไปจนลึกสุด จะได้ไปช่วยให้ยึดเกาะตัวกระเบื้องได้อีกชั้นหนึ่ง ทิ้งไว้โดยประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงค่อยๆนำฟองน้ำมาชุบน้ำหมาดๆ เช็คไปตามคราบยาแนวที่อาจจะเกินออกมานอกกระเบื้องอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าเก็บร่องรอยยาแนวได้หมดแล้วก็นำผ้าแห้งมาเช็ดซ้ำอีกครั้งเป็นการเก็บรายละเอียดความสวยงาม

การเลือกวิธีสำหรับแก้ไขปัญหากระเบื้องแตก ร้าว หลุดล่อน ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของหน้างานแต่ละบ้านด้วย เพราะบางบ้านอาจจะเลือกใช้วิธีนี้ดีกว่าอีกวิธีนี้หนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ถ้าพบเจอก็ควรต้องรีบดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมทันที หากปล่อยไว้นานแทนที่จะเสียหรือซ่อมเพียงเล็กน้อยปัญหาอาจจะลุกลามจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต แล้วตัวเจ้าของบ้านเองก็จะต้องมานั่งแก้ปัญหาปวดหัวกวนใจ เสียทั้งเงิน และเวลาในการซ่อมแซมออกไปอีกซึ่งถ้าเทียบดูแล้วไม่คุ้มเลยกับการปล่อยทิ้งเอาไว้คะ เข้าทำนอง “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” นั่นเอง