บ้านสวย อยู่เสมอด้วยเทคนิคดูแลซ่อมบำรุงบ้านให้ใหม่เว่อร์ตลอดเวลา

บ้านสวย ใคร ๆ ก็อยากอยู่ แต่ว่าบ้านที่อยู่อาศัยเป็นระยะเวลานานๆแน่นอนอยู่แล้วว่าบ้านก็ต้องทรุดโทรมไปตามกาลเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จึงต้องหาทางปรับปรุงดูแลรักษาบ้าน ด้วยวิธีการต่างๆนานาหรือแม้กระทั่งทดลองทำเองก่อนในเบื้องต้น บางครั้งก็ซ่อมแซมได้ แต่ถ้าเกินกว่าจะเยียวยาได้ก็คงต้องพึ่งมืออาชีพให้เข้ามาดูแลซ่อมแซมแทนเราส่งผลต้องเสียเงินในการบำรุงรักษาไปก็ไม่น้อย บางจุดเสียเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยความที่เราไม่ใช่ช่างเราจึงไม่มีความรู้ความชำนาญพอที่จะซ่อมด้วยตนเองได้ แต่ถ้าเรารู้เทคนิคการซ่อมบำรุงง่ายๆได้ก็จะช่วยให้เราประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลาไปได้เยอะเลยล่ะคะ


1.ก๊อกน้ำฝักบัวในบ้านรั่ว

บ้านสวย

ปกติแล้วก๊อกน้ำที่อยู่ตามจุดต่างๆของบ้าน เช่น อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ อ่างล้างจานในห้องครัว ก๊อกน้ำบริเวณซักล้าง ก๊อกน้ำสำหรับรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน รวมไปถึงฝักบัวที่ใช้อยู่ทุกวัน พอใช้เป็นระยะเวลานานๆก็จะเริ่มมีอาการอุดตัน หรือเกิดการรั่วตามระยะเวลาของการใช้งาน ซึ่งบางทีเจ้าของบ้านก็จะเลือกใช้วิธีซื้อมาเปลี่ยนใหม่ เพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า แต่ความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดก็ได้ เพียงแค่คุณหมุนหัวก๊อกหรือหัวฝักบัวแล้วดึงเอาแหวนเล็กๆที่อยู่ด้านในออก แล้วใส่วงแหวนอันใหม่เข้าไป ก็แก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จแล้ว เพราะปัญหาหลักๆที่ก๊อกน้ำรั่วก็มักมาจากเจ้าแหวนเล็กๆนี่แหล่ะ


2.ทำความสะอาดฟิลเตอร์แอร์

บ้านสวย

เมื่อผ่านมาสักระยะหนึ่งบริเวณหน้ากากตรงฟิลเตอร์แอร์มักจะมีฝุ่นมาเกาะจับอยู่อย่างหนาแน่น  ก็จะส่งผลให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้น กินไฟมากขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน ฉะนั้นการถอดฟิลเตอร์แอร์ออกมาล้างทำความสะอาดจะช่วยให้ห้องคุณเย็นสบายเท่ากับตอนติดตั้งแอร์ใหม่ๆที่สำคัญช่วยประหยัดค่าไฟได้หลายสตางค์


3.ล้างทำความสะอาดรางน้ำฝน

บ้านสวย

บางท่านอาจสงสัยว่าการทำความสะอาดรางน้ำฝนจะช่วยในการซ่อมบำรุงรักษาบ้านได้อย่างไร ที่จริงแล้วการที่เราปล่อยให้รางน้ำฝนอุดตัน จะส่งผลให้เกิดปัญหารางน้ำฝนล้นรางลงมาเปื้อนผนังบ้าน หน้าต่าง หรือข้าวของเครื่องใช้ที่วางบริเวณนั้นเสียหาย ยิ่งถ้าเป็นขอบหน้าต่างหรือประตูด้วยแล้ว ถ้าโดนน้ำนานๆก็จะบวม ปริแตก ทำให้เราต้องมาเสียเงินค่าซ่อมอีก


4.ทดสอบเครื่องตรวจจับควัน

บ้านสวย

ปัจจุบันบางบ้านอาจจะมีการติดเครื่องตรวจจับควันไฟเอาไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัยต่อเหตุเพลิงไหม้ ดังนั้นต้องหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ เพราะอุปกรณ์พวกนี้จะทำงานด้วยแบตเตอรี่ และมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 2 ปี เจ้าของบ้านเองก็ควรต้องจำวันแรกที่ติดตั้งไว้ด้วย เพื่อจะได้รู้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่


5.ซ่อมแซมรอยบุ๋มบนเฟอร์นิเจอร์ไม้

บ้านสวย

บางครั้งพวกเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ใช้ประจำเมื่อมีการกระแทกบ่อยๆอาจจะเกิดรอยบุ๋มได้ ทำให้เฟอร์นิเจอร์ดูไม่สวยงาม วิธีที่จะกำจัดรอยบุ๋มเหล่านี้ได้ก็คือนำผ้าคอตตอนที่ไว้เช็ดจานชุบน้ำให้ชุ่ม หลังจากนั้นก็พับเป็นสี่เหลี่ยมเตรียมพร้อมไว้ เสร็จแล้วก็ตั้งเตารีดระบบแห้งที่อุณหภูมิสูงสุด รอจนกระทั่งเตารีดร้อนจึงนำผ้าชุบน้ำที่เตรียมไว้มาประคบไปที่รอยบุ๋ม แล้วค่อยๆจับเตารีดอังไปที่ผ้ากะระยะเวลาประมาณ 2-3 วินาที แล้วถึงนำผ้าออก ใช้น้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดไปอีกครั้งทำวิธีนี้ซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่ารอยบุ๋มจะหายไป


6.ซ่อมวอลเปเปอร์ที่หลุดออก

บ้านสวย

บ้านที่ติดวอลเปเปอร์เพื่อสร้างความสวยงามให้กับผนัง พอผ่านไปสักระยะวอลเปเปอร์จะจะหลุดร่อนออกหรือลวดลายทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด คุณไม่จำเป็นต้องลอกออก แต่ลองใช้วิธีการแก้ไขง่ายๆคือการนำลูกกลิ้งขนาดเล็กที่ไว้ใช้สำหรับทากาว มาชุบกาวติดผนัง แล้วทาทับไปที่วอลเปเปอร์แผ่นที่หลุดร่อนออกมา และผนังบริเวณนั้นด้วย หลังจากนั้นก็แปะชิ้นส่วนวอลเปเปอร์ที่หลุดออกมากลับไปที่เดิม รอให้แห้งคุณก็จะได้ผนังวอลเปเปอร์ที่สวยงามกลับคืนมาตามเดิม


7.ซ่อมเสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานประตู

บ้านสวย

เชื่อได้ว่าหลายบ้านคงจะประสบปัญหาทุกครั้งที่บิดประตูทีไรก็จะมีเสียงสุดแสนจะเสียวฟันเอี๊ยดอ๊าดตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะมีวิธีแก้ แค่คุณถอดลูกบิดประตูออกมาจากตรงบานพับแล้วนำมาขัดทำความสะอาดฝุ่น รวมทั้งคราบสกปรกต่างๆออกให้หมด หลังจากนั้นก็นำปิโตรเลียมเจลมาทาที่ลูกบิดและบานพับให้ทั่ว เมื่อทำความสะอาดจนแน่ใจแล้วก็นำลูกบิดใส่กลับเข้าไปที่บานพับตามเดิมเท่านี้ก็เรียบร้อยหมดสิ้นเสียงที่บาดแก้วหูอีกแล้วล่ะคะ


บางครั้งจุดที่มีการชำรุดทรุดโทรมเพียงเล็กน้อยภายในบ้าน ก็อาจจะสร้างปัญหาที่ใหญ่หลวงให้กับเจ้าของบ้านด้วยก็เป็นได้ แต่ถ้าเจ้าของบ้านรู้จักวิธีการซ่อมแซมด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปตามช่างมาซ่อมให้เสียเวลา เพราะบางครั้งเราอาจจะไม่รู้เท่าทันกลโกงของช่างยิ่งทำให้เราเสียเงินเพิ่มขึ้นไปอีก เพียงแค่คุณรู้จักเทคนิคการดูแลบ้าน ที่เรานำมาฝากถึงจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งแต่ก็เป็นหลักการเบื้องต้นที่จะช่วยคุณสามารถซ่อมแซมบ้านได้ด้วยตนเอง รวมทั้งเป็นการป้องกันบ้านจากความเสียหายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่ออีกด้วยค่ะ