การสร้างบ้าน ด้วยระบบนวัตกรรมใหม่มีอะไรบ้าง มาทำความรู้จักกัน !

การสร้างบ้าน ในปัจจุบันนี้มีการพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นไปสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีอย่างแท้จริง เปลี่ยนจากระบบปูนฉาบก่ออิฐมาสู่ขั้นตอนการสร้างบ้านรูปแบบใหม่ “บ้านระบบสำเร็จรูป” แต่เทคนิคแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ เพราะในต่างประเทศนั้นมีการใช้มาเป็นระยะเวลากว่า 100 ปีแล้วในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งจะมีการนำมาใช้เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วนี่เอง ด้วยสาเหตุที่หันมาใช้การก่อสร้างระบบนี้ คือจะได้ลดค่าใช้จ่าย ก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว ชิ้นงานมีคุณภาพมาตรฐาน

ส่วนระบบบ้านสำเร็จรูปมีอยู่ด้วยกัน 6 แบบ ซึ่งบางแบบอาจจะยังไม่ได้นำมาใช้ในประเทศไทย แต่เป็นที่นิยมในต่างประเทศ คือ


1.การสร้างบ้าน ระบบ Precast (พรีคาสท์)

การสร้างบ้าน

คือการนำเอาชิ้นส่วนที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปมาประกอบเป็นชิ้นส่วนหรือติดตั้งเป็นชิ้นงานขึ้นเป็นรูปร่างบ้าน โดยในประเทศไทยที่นิยมกันมากที่สุดจะเป็นระบบ Precast (พรีคาสท์) มีทั้งแบบที่หล่อผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปบริเวณที่ไซต์งาน ซึ่งจะเรียกว่าแบบหล่อกับที่ (Site Cast) และหล่อสำเร็จมาจากโรงงาน (Plant Cast) ดังนั้นการที่จะเลือกรูปแบบใดก็อยู่ที่ความเหมาะสมของลักษณะหน้างานก่อสร้างเป็นหลัก การสร้างบ้านด้วยระบบพรีคาสท์จะใช้หลักการที่สำคัญคือไม่มีเสา ไม่มีคาน แต่จะใช้เป็นระบบโครงสร้างผนังให้ขึ้นมารองรับน้ำหนักแทน และการผลิตผนังสำเร็จรูปก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปธรรมดา, ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรูปแบบแซนด์วิชที่ต้องเว้นช่องไว้สำหรับใช้เทคอนกรีตเชื่อมกันเป็นต้น


2.การสร้างบ้านระบบ Prefab (พรีแฟบ)

การสร้างบ้าน

เป็นการใช้ระบบการก่อสร้างที่แยกออกมาเป็นระบบย่อยๆ นำมาผลิตนอกไซต์งานก่อสร้างแล้วนำกลับไปประกอบขึ้นที่ไซต์งานก่อสร้างในภายหลัง ซึ่งในระบบนี้จะไม่มีข้อจำกัดที่จะใช้เป็นวัสดุประเภทใด แต่โดยส่วนมากจะนิยมใช้เป็นไม้หรือเหล็ก


3.การสร้างบ้านระบบ Balloon Frame (โคร่งคร่าวรวม)

การสร้างบ้าน

คือการนำใช้เหล็กรูปหรือไม้เนื้อแข็งมาประกอบขึ้นเป็นโครงข้อแข็งด้วยการใช้โครงคร่าวเป็นตัวอาคารก่อน หลังจากนั้นจึงติดไม้ฝาหรือเป็นแผ่นซีเมนต์เข้าไปทั้ง 2 ด้าน เพื่อที่จะได้บังซ่อนโครงหรือการใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์เพื่อจะได้ช่วยบังโครงคร่าวให้ดูสวยงามขึ้น


4.การสร้างบ้านระบบ Framing Walls (โครงคร่าวแยกเป็นผนังทีละผืน)

การสร้างบ้าน

การก่อสร้างรูปแบบนี้จะเป็นการใช้เหล็กรูปหรือเป็นไม้เนื้อแข็งประกอบเข้าเป็นโครงสร้างถัก (Truss) เมื่อได้โครงแล้วก็ใส่แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์เข้าไปประกบทั้ง 2 ฝั่ง ให้เป็นผนัง 1 ผืน พอไปถึงหน้างานก็นำผนังแต่ละผืนมาประกบเข้าด้วยกันจนเป็นห้องหรืออาคาร ด้วยการใช้การเชื่อมต่อโดยโลหะก็จะได้ห้องที่สมบูรณ์แบบขึ้น


5.การสร้างบ้านระบบ Modular (โมดูลาร์)

การสร้างบ้าน

เป็นวิธีการก่อสร้างบ้านด้วยการแยกสร้างเป็น Module หลายๆยูนิต ซึ่งสามารถที่จะสร้างพร้อมตกแต่งเสร็จ 100% เลยก็ได้ แล้วถึงค่อยนำแต่ละยูนิตไปประกอบรวมเข้าด้วยกันจนสมบูรณ์ หรือบางวิธีจะใช้เป็นการสร้าง โครงข้อแข็งสมบูรณ์ ขึ้นมาทีละโมดูลแล้วจึงค่อยนำมาประกอบร่วมกันเป็นโครงสร้างอาคารที่ได้ขนาดจริง เมื่อเรียบร้อยหมดแล้วจึงปิดผิว-ตกแต่งในภายหลัง


6.การสร้างบ้านบ้านทรงไทย

การสร้างบ้าน

ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะว่าบ้านทรงไทยของเรา ก็เป็นการสร้างบ้านด้วยรูปแบบพรีแฟบอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ ด้วยการผลิตชิ้นส่วนอย่างเช่น จั่ว, เสา, คาน, ฝาบ้าน แล้วถึงนำมาประกอบกันโดยการใช้วิธีขัดร่วมกับระบบลิ่มให้ขึ้นเป็นโครงบ้านที่สวยงามและคงคุณค่า


ดังนั้นหากเราเปรียบเทียบบ้านที่สร้างด้วยระบบพรีคาสท์ทั้งสองแบบ ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นไว้ว่าบ้านที่หล่อแล้วจึงเทคอนกรีตเพื่อเชื่อมให้เป็นเนื้อเดียวกันจะมีความแข็งแรงกว่าแบบพรีคาส์ทที่หล่อจากโรงงาน แต่พรีคาสท์ที่หล่อสำเร็จมาจากโรงงานจะมีประโยชน์เรื่องความรวดเร็วและควบคุมมาตรฐานการผลิตได้ดีกว่า

ทั้งนี้ไม่ว่าการจะก่อสร้างด้วยระบบพรีคาส์ทหรือแบบไหนก็ย่อมมีความแตกต่างเรื่องของการเชื่อมต่อของชิ้นงานแต่ละชิ้น บางพื้นที่อาจจะใช้การเชื่อมต่อด้วยคอนกรีต, ซิลิโคลน, แบบล็อคได้ในตัว หรือแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดเข้าลิ้น เป็นต้น

การสร้างบ้านในเมืองไทยนั้นถึงแม้ว่าจะมีการนำระบบพรีคาสท์เข้ามาใช้แต่ก็ยังได้ไม่ถึง 100% จะใช้การสร้างแบบซ่อนรูปเสียมากกว่า โดยเฉพาะรูปของบ้านที่ต้องมีบัว, คิ้ว, หรือเชิงชาย ถ้ามองในความเป็นจริงก็ไม่ค่อยมีความจำเป็นเสียเท่าไหร่ เพราะนอกจากส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นถึง 40% แล้ว ยังเป็นแหล่งอาศัยของปลวกชั้นดี เมื่อเทียบกับบ้านผนังเรียบๆสไตล์บ้านโมเดิร์นที่ให้ความสวยงามโล่งตามากกว่า

เราจึงสามารถสรุปได้ว่าการสร้างบ้านด้วยนวัตกรรมใหม่แบบพรีคาสท์ เป็นการช่วยแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน รวมทั้งคุณภาพของแรงงานที่นับวันยิ่งหาผู้รับเหมาที่มีฝีมือได้น้อยเต็มที นอกจากนี้ยังช่วยตัดปัญหาเรื่องโครงสร้างที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของการสร้างบ้าน ทั้งนี้การที่คุณจะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในรูปแบบใดก็ตามคุณควรตรวจสอบและเปรียบเทียบวิธีการก่อสร้าง และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างให้ดีก่อนเพื่อให้ได้บ้านตามที่ตรงกับความต้องการให้ได้มากที่สุดค่ะ