ไม้ปูพื้น เรื่องพื้นๆที่ไม่พื้นสำหรับคนรักบ้าน

ไม้ปูพื้น เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนที่ปลูกบ้านเองย่อมทราบอยู่แล้วว่าต้องใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนในการเลือกและปูซึ่งจะละเลยไม่ได้ เพราะวัสดุไม้ปูพื้นเมื่อนำมาปูแล้วก็จะทำให้เกิดความสวยงามทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ใช่ว่าไม้ทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้ในการปูพื้นได้ ซึ่งเราแบ่งไม้ได้เป็น 2 ประเภท คือไม้เนื้อแข็ง เหมาะสำหรับใช้กับงานภายนอกหรือพวกโครงสร้างอาคาร และไม้เนื้ออ่อนที่เหมาะกับการนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ฉะนั้นเรามาทำความรู้จักพื้นไม้ยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่มักนำไปใช้ปูพื้นบ้านกันดีกว่าคะ


1.ไม้สัก (Teak wood)

เป็นสุดยอดไม้ที่หลายคนอยากจะครอบครองด้วยความสวยงามของเนื้อไม้สัก โดยเฉพาะไม้สักทอง ยิ่งไม้สักที่มีอายุมากๆสีเหลืองของไม้ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลแก่ มีความแข็งแรงทนทาน มีคุณสมบัติการยืดหดตัวต่ำ สามารถนำมาเลื่อย ไสกบ ตกแต่ง และขัดเงาได้ง่ายๆ แถมในเนื้อไม้สักมีสารเคมีพิเศษอยูชนิดหนึ่ง ชื่อว่า O-cresyl methyl ether ที่มีคุณสมบัติพิเศษเมื่อทาหรืออาบไม้แล้ว ไม้จะมีความคงทนต่อศัตรูของไม้อย่าง ปลวก แมลง และเห็ดราต่างๆได้เป็นอย่างดีบริเวณที่ควรนำมาใช้งาน

ด้วยความสวยงามของเนื้อไม้จึงไม่นิยมนำมาปูพื้นบริเวณที่ต้องมีการใช้งานบ่อยหรือต้องใช้งานหนัก ไม้สักจะเหมาะกับการปูพื้นไม้ภายในห้องพระหรือห้องนอนมากกว่า

ไม้ปูพื้น


2.ไม้มะค่า (Makha wood)

ถือว่าเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีคุณสมบัติหลากหลาย เมื่อเริ่มแปรรูปไม้ใหม่ๆจะมีสีน้ำตาลออกปนเหลือง แต่พอผ่านไปสักระยะสีก็จะมีความเข้มขึ้น แต่ถ้าหากเปียกน้ำสีของเนื้อไม้จะกลายเป็นสีดำ จึงไม่ควรนำไปใช้ในการปูภายนอกอาคาร เนื้อไม้มะค่าจะมีความหนาแน่น ทนทาน ผุพังได้ยาก จุดเด่นคือลวดลายที่ชัดเจนคล้ายกับลวดลายของไม้สักมาก เหมาะสำหรับไปทำไม้ปูพื้นและเฟอร์นิเจอร์ และยังมีความทนทานต่อปลวกและมอดได้เป็นอย่างดี อายุการใช้งานประมาณ 10 ปี

บริเวณที่ควรนำมาใช้งาน

นำไปปูเป็นพื้นไม้ในบ้านได้ทุกห้อง แต่ระวังอย่าให้โดนแดดเพราะจะทำให้สีของเนื้อไม้ไม่สวยงาม

ไม้ปูพื้น


3.ไม้แดง (Iron wood)

เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีสีออกน้ำตาลแดง และมีจุดสีดำแทรกอยู่ในเนื้อไม้ ลายค่อนข้างน้อยถ้าเทียบกับไม้ชนิดอื่น แต่ถ้ามองลักษณะโดยรวมจะมีความคล้ายกับไม้ประดู่มาก ข้อดีของไม้แดงคือราคาไม่สูงมากจึงถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างสำหรับงานที่อยู่ภายนอกอาคาร เช่น พื้นระเบียง ฝาบ้าน ฝ้าชายคา และรั้วไม้ นอกจากความแข็งแรงของเนื้อไม้แล้วไม้แดงยังมีความยืดหดตัวสูง ฉะนั้นหากนำไม้แดงมาใช้งานควรที่จะตีร่องเผื่อการขยายตัวของเนื้อไม้เพื่อที่จะไม่เกิดการปริแตกในภายหลัง ไม้แดงยังมีความพิเศษคือเป็นไม้ที่ต้านทานไฟได้ด้วย

บริเวณที่ควรนำมาใช้งาน

มักจะนำไปใช้ในการปูพื้นภายนอกบ้าน อาทิ ระเบียง หรือขอบสระว่ายน้ำ

ไม้ปูพื้น


4.ไม้เต็ง (Shorea wood)

จัดได้ว่าเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีราคาถูกสุด เหมาะที่จะใช้กับงานภายนอกอาคาร เพราะผิวไม้ไม่ค่อยมีลวดลายสวยงามมากนัก จึงไม่ค่อยถูกนำมาใช้ในการตกแต่ง ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการก่อสร้างเพราะสามาถรองรับน้ำหนักได้ดี มีความแข็งแรงทนทานมาก ทนต่อแดดและฝนเป็นอย่างดี เนื้อไม้มีความเหนียว อายุการใช้งานจะอยู่ที่ราวๆ 10-12 ปี

บริเวณที่ควรนำมาใช้งาน

นิยมนำไปใช้กับงานภายนอกอาคาร เช่น ซุ้มระแนงไม้ พื้นระเบียงไม้ ประตูรั้วไม้ ขอบสระว่ายน้ำ

ไม้ปูพื้น


5.ไม้รกฟ้า (Rok-fa wood)

หรือที่เรียกอีกชื่อว่าไม้เชือก เป็นไม้เนื้อแข็งที่ให้ความละเอียดและเหนียวมาก สีจะออกน้ำตาลเข้มจนถึงดำ

บริเวณที่ควรนำมาใช้

จะนิยมใช้ในบริเวณที่เป็นพื้นไม้ทั้งภายในและภายนอกโดยเฉพาะในส่วนที่เป็นพื้นระเบียง

ไม้ปูพื้น


6.ไม้ตะเคียน (Hopea wood)

ถึงชื่ออาจจะฟังแล้วน่ากลัวไปเสียหน่อย แต่ไม้ตะเคียนก็ได้รับความนิยมนำไปสร้างบ้านโดยเฉพาะไม้ตะเคียนทอง สาเหตุเพราะเนื้อไม้จะมีสีเหลืองออกทองแต่หากถูกแสงแดดก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ฉะนั้นหากนำไม้ตะเคียนไปใช้ก็ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่ต้องสัมผัสกับแดดและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆเพราะอาจจะเกิดปัญหาสีไม้ที่ไม่สม่ำเสมอกันได้ คุณสมบัติของเนื้อไม้ตะเคียนจะมีความยืดหดตัวน้อย แต่มีความทนทานต่อปลวกและแมลงกัดกินเนื้อไม้ได้อย่างยอดเยี่ยม

บริเวณที่ควรนำมาใช้

จากคุณสมบัติสามารถนำไปใช้ปูพื้นภายในบ้าน ฝาบ้าน หรือเป็นไม้ระแนงได้

ไม้ปูพื้น


7.ไม้ประดู่ (Tabek wood)

เป็นไม้ที่มีกลิ่นหอม ส่วนเรื่องของความแข็งแรงจะพอๆกับไม้แดงแต่จะมีความหดตัวน้อยกว่า เนื้อไม้จะออกหลายเฉดสีไล่ตั้งแต่สีแดงอมเหลืองไปจนถึงสีแดงอย่างสีอิฐแก่ ไม้ประดู่ที่คนนิยมนำมาใช้จะเป็นไม้ประดู่แดง

บริเวณที่ควรนำมาใช้

สามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือปูพื้นบ้านได้ทุกห้อง

ไม้ปูพื้น


เราพอรู้จะได้รู้จักไม้แต่ละประเภทที่สามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างบ้านกันแล้ว มาถึงเรื่องการดูแลรักษาเนื้อไม้ก็ควรหมั่นทำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดถูก็เพียงพอ แต่ถ้ากังวลเรื่องของปลวกหรือมอดก็แก้ไขได้โดยก่อนนำไม้มาใช้งานก็ควรทาน้ำยาป้องกันไว้ก่อน จากนั้นก็เคลือบผิวไม้อีกชั้นให้มีความสวยงามมันวาว เท่านี้คุณก็มีบ้านที่ปูพื้นด้วยไม้สวยงามอย่างที่ต้องการแล้วคะ