มุงหลังคา เคล็ดลับการเลือกวัสดุยีังไงให้เข้ากับบ้านหลายสไตล์

มุงหลังบ้าน เป้นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเลือกแบบบ้านอย่างไรให้ถูกใจแล้ว คำถามยอดฮิตอีกคำถามก็คือจะใช้ “วัสดุมุงหลังคาบ้านแบบไหนดี” เนื่องจากหลังคาเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญกับการสร้างบ้านเพราะจะช่วยเนรมิตรูปลักษณ์ภายนอกบ้านให้โดดเด่น สวยงาม แตกต่างจากบ้านหลังอื่น เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับการเลือกวัสดุมุงหลังคา แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือก ดังนั้นลองมาดูแนวทางที่เรานำเสนอให้พิจารณากันดูคjะ


1.ดูที่ความชอบส่วนตัว

มุงหลังคา

เจ้าของบ้านหลายท่านอาจจะมีรูปแบบวัสดุมุงหลังคาไว้ในใจบ้างแล้ว ปัจจุบันบริษัทที่ผลิตกระเบื้องหลังคาออกมาจำหน่าย ก็ได้มีการคิดค้นพัฒนารูปแบบของกระเบื้องหลังคา ให้กระเบื้องหลังคามีรูปแบบต่างๆ ทั้งรูปทรงและพื้นผิวให้เลือกอย่างมากมายหลากหลายตามท้องตลาด ทั้งแผ่นลอน แผ่นเรียบ ผิวลายไม้ ผิวมัน ผิวด้าน ฯลฯ ซึ่งนอกจากความชอบแล้วเจ้าของบ้านก็ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับรูปแบบและสไตล์บ้านด้วย อาทิเช่น กระเบื้องรูปทรงข้าวหลามตัดมักจะเหมาะสมกับบ้านสไตล์โคโลเนียล (Colonial Style) และไทยประยุกต์ กระเบื้องลายไม้เหมาะกับบ้านสไตล์เนเชอรัล (Natural Style) จะให้ความรู้สึกสอดคล้องกับวัสดุธรรมชาติ เหมือนกับบ้านที่อยู่ตามต่างจังหวัด  ส่วนบ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern Style) ควรใช้เป็นกระเบื้องแผ่นเรียบ นอกจากนั้นการเลือกสีของกระเบื้องหลังคาก็ควรต้องเลือกให้เหมาะกับสีของตัวบ้านด้วย เช่น บ้านที่ทาออกโทนสีมืด อาจจะต้องเลือกสีกระเบื้องหลังคาให้เป็นสีออกสว่างหรือสีสดใส เพื่อไม่ให้บ้านทั้งหลังดูทึบจนเกินไป แต่หากว่าเจ้าของบ้านบางคนชอบสีสันสดใสเช่นสีฟ้าสด ก็ควรเลือกสีของตัวบ้านที่ออกแนวขาวหรือครีมก็จะช่วยส่งเสริมให้บ้านดูเด่นขึ้นได้เช่นกัน


2.ชนิดของวัสดุมุงหลังคาบ้าน

มุงหลังคา

หนึ่งปัจจัยที่ควรนึกถึง เช่น วัสดุมุงหลังคาแต่ละชนิดมีค่ากันความร้อนแตกต่างกัน กระเบื้องหลังคาที่เป็นคอนกรีตจะมีจุดเด่นที่ความแข็งแรงของเนื้อวัสดุ กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์มีความแข็งแรงภายใต้รูปทรงที่ดูบางเบากว่ากระเบื้องหลังคาชนิดอื่น กระเบื้องหลังคาเซรามิกจะมีพื้นผิวมันเงาทำให้น้ำฝนชะล้างคราบสกปรกได้ง่าย (Self-Cleaning) ผสมกับวิธีเคลือบสีที่ช่วยชลอการซีดจาง จึงทำให้หลังดูเงางามนานกว่ากระเบื้องหลังคาชนิดอื่น ส่วนกระเบื้องที่เป็นหลังคาดินเผาจะเหมาะกับบ้านสไตล์ที่เป็นแนวย้อนยุคจะให้ความรู้สึกที่เข้ากับตัวบ้านได้มากกว่าแล้วยังถ่ายทอดความสวยงามตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป


3.ความชันของหลังคา

มุงหลังคา

วัสดุที่ใช้มุงหลังแต่ละรุ่นจะมีความชันของหลังคาขั้นต่ำที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป (หากมุงที่ความชันต่ำกว่ามาตรฐานจะเสี่ยงต่อปัญหาน้ำรั่วซึมได้) โดยปกติแล้วกระเบื้องหลังคาแผ่นลอนมักมุงที่ความชันหลังคาต่ำๆได้มากกว่ากระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ เช่น กระเบื้องหลังคาเซรามิกรุ่นแผ่นลอน จะมุงกับความชันหลังคาต่ำสุดได้ที่ 17 องศา ในทางกลับกันรุ่นแผ่นเรียบเหมาะกับการมุงที่ความชัน 25-40 องศา เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้มีความสำคัญมากเพราะถ้าเราเลือกวัสดุที่ไม่เหมาะกับความชันของหลังคาอาจเกิดผลกระทบหลายอย่างต้องมาหาทางแก้ปัญหาในภายหลัง

กรณีที่เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นซึ่งส่วนมากจะใช้เป็นกระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบ หากติดปัญหาเรื่องความชันของหลังคาที่ต่ำเกินไปก็ลองหันมาเลือกใช้เป็นวัสดุอย่างอื่นแทน เช่น แผ่นหลังคาเหล็กรีดลอน (Metal sheet) ซึ่งจะเข้ากับบ้านในสไตล์โมเดิร์นได้ง่าย ที่สำคัญคือสามารถใช้มุงหลังคาบ้านที่มีความชันต่ำมากๆ แต่อย่าลืมคิดถึงเรื่องของความร้อนและเสียงดังที่อาจจะรบกวนเช่นเวลาที่เกิดฝนตกชุก ควรที่จะหาพวกฉนวนกันเสียงและฉนวนกันความร้อนมาติดตั้งเพิ่มเติมด้วยก็ได้

มุงหลังคา

หากเจ้าของบ้านต้องการที่จะติดตั้งอุปกรณ์เสริมบนหลังคา ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทั่วไป อย่างเช่น อุปกรณ์พวกรับสัญญาณดาวเทียม อุปกรณ์บอกทิศทางลม ติดตั้งกระเบื้องโปร่งแสงสำหรับทำหลังคา Sky light แผ่นปิดลอนกระเบื้องกันนกเข้า ระบบครอบหลังคาแบบแห้ง (Dry tech system) กันรั่วซึม ชุดอุปกรณ์ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ แผ่นสะท้อนความร้อนที่มีฉนวนใยแก้วด้านใน ไปจนถึงกระทั่งชุดอุปกรณ์สำหรับระบบกลไกลดความร้อนและระบายอากาศภายในบ้าน เช่น พวกระบบหลังคาเย็น เป็นต้น ฉะนั้นจึงควรเลือกกระเบื้องหลังคารุ่นที่เหมาะสมกับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ต้องการเหล่านี้ และจะให้ดียิ่งขึ้นควรเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในการติดตั้งกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถติดตั้งได้ง่าย แน่นหนา และช่วยป้องกันการรั่วซึมกรณีที่เจาะติดตั้งผิดวิธี (ก่อนที่จะติดตั้งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทผู้ผลิตเสียก่อนจะดีที่สุด)


จะเห็นได้ว่าการเลือกวัสดุมุงหลังคาก็ควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆเหล่านี้เป็นเกณฑ์เพื่อที่จะได้เป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับเจ้าของบ้าน เพราะนอกจากจะต้องดูถึงรูปแบบสไตล์บ้าน ความชอบส่วนตัว ชนิดของวัสดุ ความชันของหลังคา และอุปกรณ์เสริมแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จะนำมาติดตั้งในภายหลัง ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนว่าต้องการที่จะติดตั้งอุปกรณ์อะไรบ้างบนพื้นที่หลังคาแล้วแจ้งต่อผู้รับเหมาเพื่อที่จะเตรียมหลังคาเฉพาะในการรองรับหลังคาเหล่านี้ไว้ด้วย เพราะอุปกรณ์บางชนิดอาจมีน้ำหนักมาก ถ้าเจ้าของบ้านไม่เตรียมความพร้อมไว้ก็จะส่งผลต่อหลังคาบ้านในระยะยาวได้ด้วยเหมือนกัน