ผนังปูนเปลือย สุดคูล เอาใจคนเท่ ๆ สไตล์ลอฟท์

ผนังปูนเปลือย เราคงจะเคยเห็นกันมาบ้าง เพราะปัจจุบันนี้การตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft Style) เป็นที่นิยมชมชอบของเจ้าของบ้านสไตล์ดิบๆ จึงมักทำผนังให้เป็น “ผิวหนังขัดมัน” หรือที่เรียกว่า “ผนังปูนเปลือย” เพราะด้วยเสน่ห์ของผิวปูนที่เป็นลายริ้วๆซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการฉาบและฝีมือของช่างฉาบปูน ให้ได้อารมณ์เท่ห์แบบเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี โดยปกติเวลาก่อสร้างบ้านช่างจะทำการฉาบปูนจะฉาบอย่างน้อย 2 ชั้น ซึ่งชั้นแรกจะเป็นการฉาบให้เรียบแต่ยังหยาบๆด้วยการใช้เกรียงพลาสติก ส่วนชั้นที่สองคือชั้นที่เป็นพื้นผิว ในชั้นนี้สำหรับบ้านที่สร้างใหม่ หากเจ้าของบ้านมีความต้องการอยากได้ผิวผนังขัดมัน ช่างจะทำการฉาบปูนขัดมัน ซึ่งจะทำโดยนำผงปูนซีเมนต์มาโรยบนผิวผนังในขั้นตอนสุดท้ายของการฉาบ แล้วใช้เกรียงเหล็กขัดจนเกิดความมันเรียบ ทั้งนี้ความสวยงามของผิวผนังที่เกิดขึ้นนอกจากฝีมือของช่างที่มีความชำนาญแล้ว ต้องอาศัยเรื่องส่วนผสมของปูนฉาบ ขั้นตอนการฉาบ และความสามารถเทคนิคฝีมือเฉพาะตัวเป็นองค์ประกอบด้วย ถึงจะทำให้ได้ผนังตามที่ใจต้องการ

ผนังปูนเปลือย

แต่สำหรับเจ้าของบ้านที่มีบ้านอยู่แล้ว และต้องการตกแต่งบ้านใหม่ให้เป็นสไตล์ลอฟท์ด้วยการเปลี่ยนผิวผนังให้เป็นผิวผนังขัดมัน คงไม่ต้องลงทุนถึงกับสกัดผนังปูนออกเพื่อจะได้ฉาบปูนชั้นที่สองใหม่ เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันมีปูนฉาบบาง (Skim Coat) ที่จะให้ความหนาของชั้นปูนฉาบเพียง 1 -3 มิลลิเมตร ซึ่งมีความใกล้เคียงกับการทาสีบ้านทั่วไป ให้ผิวเรียบเนียนสูง พร้อมทั้งมีสีสันให้เลือกหลากหลายสี ฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือแค่การลอกสีที่ทาอยู่ผนังเดิมออก หลังจากนั้นก็ทารองพื้นอีกชั้นด้วยน้ำยารองพื้นปูนเก่า (Primer) เพื่อที่ปูนฉาบจะได้ยึดเกาะกับผิวผนังเดิมได้เป็นอย่างดี แล้วจึงเริ่มฉาบด้วยปูน Skim Coat ตกแต่ง เพียงเท่านี้ก็จะได้บ้านปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์อย่างสมใจปรารถนา

ข้อดีของการฉาบด้วยปูน Skim Coat คือสามารถทำงานได้ง่ายกว่า เพราะปูน Skim Coat เป็นวัสดุสำเร็จรูป เพียงแค่นำมาผสมน้ำในสัดส่วนที่พอเหมาะ ก็นำไปฉาบได้ทันที ซึ่งการใช้ปูน Skim Coat ไม่จำเป็นว่าต้องใช้กับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและต้องการเปลี่ยนผนัง แต่สามารถนำมาใช้กับบ้านที่สร้างใหม่ได้เช่นเดียวกัน โดยฉาบลงไปบนผิวผนังปูนฉาบเรียบในชั้นที่สองแทนการทาด้วยสี

ผนังปูนเปลือย

สิ่งสำคัญสำหรับบ้านที่ตกแต่งด้วยผนังขัดมันไม่ว่าจะต้องการให้เป็นรูปแบบใด ก็คือการทาเคลือบด้วย น้ำยาเคลือบผิว หรือที่เรียกกันว่าน้ำยาต้านทานการดูดซึม ( Water Repellent) ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบผิวด้าน และแบบผิวมัน การทาน้ำยาเคลือบผิวมีประโยชน์เพื่อจะได้เป็นตัวช่วยป้องกันความชื้น และคราบสกปรกต่างๆที่อาจจะซึมเข้าไปสู่ด้านในของพื้นผิวส่งผลให้เกิดร่องรอยด่างต่างๆ ส่งผลให้พื้นผิวของผนังไม่สวยงาม และเพื่อให้น้ำยาทำงานได้มีประสิทธิภาพควรที่จะต้องเคลือบเป็นประจำในทุกๆ 1 – 2 ปี  ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของน้ำยา รวมทั้งผนังขัดมันนั้นไม่ว่าจะอยู่ภายใน หรือภายนอกตัวบ้าน แสงแดดก็จะเป็นตัวการที่จะทำให้น้ำยาเสื่อมคุณภาพได้เร็วขึ้นกว่าปกติ

ผนังปูนเปลือย

บางคนอาจมีคำถามและข้อสงสัยว่า “ผนังปูนเปลือย” กับ “ผนังขัดมัน” มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่าการทำผนังในสไตล์ลอฟท์ ซึ่งเราสามารถแยกผนังทั้งสองชนิดออกได้ดังนี้

  • ผนังปูนเปลือย คือ ผนังที่ให้ผิวสัมผัสโชว์เนื้อแท้ของงานปูนโดยไม่ทาสีทับ ปูนเปลือยสามารถแบ่งออกได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบหล่อในที่ (การเทหรือหล่อคอนกรีตลงในแบบที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ อาทิเช่น แบบไม้ หรือแบบเหล็ก) เมื่อคอนกรีตเกิดการเซตตัวค่อยถอดแบบออก ผิวสัมผัสที่ได้จะทิ้งร่องรอยของแบบหล่อหรือน็อตไว้) แบบผนังก่ออิฐฉาบปูนธรรมดา ในแบบนี้สามารถเลือกลักษณะผิวสัมผัสได้หลายแบบ เช่น ฉาบเรียบ ฉาบขัดมัน หรือฉาบตกแต่งผิว ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉาบ วัสดุที่ใช้ และฝีมือความชำนาญของช่างเป็นส่วนประกอบด้วย
  • ผนังขัดมัน คือ ผนังปูนเปลือยรูปแบบหนึ่งที่ให้ผิวสัมผัสเรียบเนียน ลวดลายดูเป็นธรรมชาติ เป็นการฉาบผนังตามวิธีโดยปกติทั่วไปที่จะมีการฉาบสองชั้น แล้วโรยผงซีเมนต์ลงไปบนผนังในขั้นตอนสุดท้ายของการฉาบ หลังจากที่พรมน้ำก็ใช้เกรียงเหล็กขัดวนจนเกิดความมันขึ้น แค่นี้ก็จะได้ผนังที่มีเสน่ห์ในแบบดิบๆเท่ห์ๆ กับพื้นผนังที่ไม่ต้องตกแต่งอะไร

ผนังปูนเปลือย

นอกจากนั้นเจ้าของบ้านต้องคำนึงถึงผนังขัดมัน นอกเหนือจากฝีมือของช่างที่จะควบคุมไม่ให้เกิดรอยแตกร้าวแล้ว สิ่งหนึ่งที่จัดได้ว่าสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือเจ้าของบ้านต้องระมัดระวังในเรื่องของท่อร้อยสายไฟ หรือท่อประปาที่เดินผนัง หรือแม้แต่การเดินลอยบนผนังตามสไตล์ดิบๆของแนวลอฟท์ไว้ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนทำผนังขัดมัน ฉะนั้นจึงควรวางแผนการเดินท่อต่างๆให้ดี เพราะถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นจนถึงขั้นต้องสกัดผนังเพื่อเดินท่อใหม่ การซ่อมแซมผนังที่ฉาบเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยไปแล้ว อาจทำได้ไม่ง่าย และแน่นอนว่าความสวยงามก็คงไม่ได้ตามแบบเดิมและอาจทำให้เจ้าของบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็นอีกด้วยคะ