ทำบ้าน อย่างไรให้งบไม่บานปลาย แถมสบายกระเป๋า

เชื่อว่าหลายๆคนที่เวลาเห็นแบบบ้านสวยๆก็อยากที่จะสร้างแบบนี้บ้าง แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้งบประมาณในการสร้างบ้านเท่าไหร่ เพราะจากการสอบถามข้อมูลแต่ละที่ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมา หรือบริษัทรับสร้างบ้าน การประเมินงบประมาณในการสร้างบ้านก็ไม่เท่ากัน บางที่อาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่า ซึ่งเรามาดูกันดีกว่ารายละเอียดข้อแตกต่างของราคาสร้างบ้านเกิดจากปัจจัยอะไรบ้างคะ


1.สถานที่ก่อสร้าง

ทำบ้าน

นับได้ว่าเป็นปัจจัยอันดับแรกๆที่มีผลกระทบต่อการประเมินราคา แม้ว่าขนาดบ้านเท่ากัน เลือกวัสดุก่อสร้างเหมือนกัน หากสถานที่แตกต่างกันก็ส่งผลให้ราคาบ้านแตกต่างกันได้เช่นกัน อาทิเช่น สร้างบ้านในเชียงใหม่ กับ สงขลา 2 จังหวัดนี้ถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่พอๆกัน แต่ค่าครองชีพ, ค่าแรง หรือค่าวัสดุก่อสร้างสงขลาแพงกว่าเชียงใหม่ บ้านที่สร้างที่สงขลาย่อมแพงกว่าอย่างแน่นอน หรือแม้กระทั่งในจังหวัดเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องเท่ากันเสมอไป เช่น บ้านนายข. อยู่ชานเมือง ผู้รับเหมาสามารถขนส่งวัสดุอุปกรณ์ได้สะดวก และยังมีพื้นที่เหลือพอให้คนงานสร้างบ้านพักชั่วคราวได้ ส่วนนาย ค.บ้านอยู่ในตัวเมืองการขนส่งวัสดุก่อสร้างชิ้นใหญ่ๆอย่างพวกเสาเข็มก็ลำบาก ไหนจะมีพื้นที่จำกัดสร้างบ้านพักให้คนงานก็ไม่ได้ ผู้รับเหมาก็ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายเช่าบ้านให้คนงานอยู่อาศัยซึ่งผู้รับเหมาอาจจะมาบวกส่วนนี้เข้ากับงบสร้างบ้านของเราด้วยก็ได้


2.วัสดุก่อสร้าง  

ทำบ้าน

ที่เป็นชนิดเดียวกัน วัตถุดิบต่างกัน ยี่ห้อต่างกัน ลวดลายแตกต่างกัน แน่นอนอยู่แล้วว่าราคาก็ย่อมจะแตกต่างกันออกไป หากเป็นอุปกรณ์ที่ชิ้นไม่ใหญ่มากก็ยังคงไม่เห็นข้อแตกต่างมากนัก แต่ในการสร้างบ้านแล้วมีความจำเป็นต้องซื้อวัสดุก่อสร้างที่มีปริมาณมากๆ เช่น กระเบื้องปูพื้น ปัจจุบันในตลาดมีการผลิตออกมาหลายเกรดราคาต่อตารางเมตรก็จะหลากหลายขึ้น ในพื้นที่ขนาด 1 ตารางเมตรเท่ากัน กระเบื้องบางรุ่นจะมีราคาตารางเมตรละร้อยกว่าบาท ในขณะที่บางรุ่นราคาสูงถึงตารางเมตรละ 300-400 บาท เมื่อนำส่วนต่างเหล่านี้ไปคูณกับจำนวนพื้นที่ทั้งหมด ก็จะเห็นได้ว่ามีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันมาก บางทีอาจจะมากกว่าเป็นเท่าตัวเลยก็ได้


3.ฝีมือของผู้รับเหมา

ทำบ้าน

ไม่ว่าจะบริษัทรับสร้างบ้าน ผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป หรือแม้แต่ช่างตามชนบท ก็ย่อมมีฝีไม้ลายมือที่แตกต่างกันออกไป บางรายจะเน้นงานละเอียด งานประณีต มีประสบการณ์หรือผลงงานการันตีเป็นอย่างดีก็อาจจะคิดราคาที่แพงขึ้น บางรายฝีมือหยาบ ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ก็จะคิดค่าจ้างที่ถูกลงมา  ดังนั้นการจะที่จะวัดว่าผู้รับเหมาบริษัทนี้ดี คิดราคาถูก หรือ แพง ก็ไม่สามารถตัดสินได้ ต้องเข้าไปดูที่เนื้องานควบคู่กันไปด้วย


4.ปัจจัยอื่นๆ

ทำบ้าน

นอกจากทั้ง 3 ข้อที่เป็นส่วนสำคัญหลักๆในการประเมินความแตกต่างของงบประมาณในการสร้างบ้าน แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่จะทำให้เกิดงบบานขึ้นได้ ทั้งสิ่งแวดล้อม เช่น สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ฝนตก น้ำท่วม ความล่าช้าของการทำงาน ช่างก่อสร้างมีปัญหา เป็นต้น


วิธีการแก้งบบานปลาย

เมื่อเราได้ทราบถึงสาเหตุที่จะส่งผลทำให้งบประมาณในการสร้างบ้านของเราบานปลายออกไปจากที่ตั้งไว้ คราวนี้เราลองมาดูกันว่าแล้วเราจะแก้ปัญหางบบานปลายได้อย่างไรคะ


1.ตั้งงบเผื่อสำรอง

ทำบ้าน

เพราะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างหรือบริษัทรับสร้างบ้านเสนอราคาค่าก่อสร้างแน่นอนว่าต้องเสนอราคาที่ถูกลงมา เพราะต้องการเอาใจและอยากได้ลูกค้าอาจจะบอกไม่หมด พอเจ้าของบ้านสอบถามก็มักจะใช้คำพูดที่ว่า “ค่อยว่ากัน” อยู่เสมอ ซึ่งมีน้อยรายมากที่จะเสนอราคามาแบบตรงไปตรงมา ฉะนั้นเราเองจึงจำเป็นต้องตั้งงบเผื่อไว้เล็กน้อย เช่น ผู้รับเหมาตีราคาการสร้างบ้านไว้ที่ 1.5 ล้านบาท เราก็เผื่องบอีก 5 แสนก็คือตั้งไว้ที่ 2.0 ล้านบาท ทั้งนี้ก็ต้องดูราคาที่สมน้ำสมเนื้อด้วยว่า ราคาที่ผู้รับเหมาเสนอมาเมื่อมาคำนวณคร่าวๆมีความเป็นไปได้หรือไม่เป็นองค์ประกอบด้วย


2.ตกลงให้ชัดเจน

พื้นฐานพฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญ่มักจะมีนิสัยที่ขี้เกรงใจตอนที่คุยกันครั้งแรกจะไม่กล้าที่จะเอ่ยปากหรือตกลงกันให้ชัดเจน พอเกิดปัญหาจึงมาเถียงกันภายหลัง ซึ่งฝ่ายที่แพ้ก็จะตกเป็นของฝ่ายเจ้าบ้านโดยเสมอ เพราะถ้าเราไม่ทำสัญญาระบุข้อตกลงลงไปมีความเป็นไปได้ที่ผู้รับเหมาจะหนีงาน หรือซื้อวัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้ตามมาตรฐานมาทำให้บ้านของเรา เมื่อเราไปเรียกร้องก็ไม่มีสัญญาไปยื่นเป็นหลักฐาน ยิ่งถ้าเป็นปัญหาที่ผู้รับเหมาทิ้งงานไป เมื่อไปว่างจ้างผู้รับเหมารายใหม่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรับงานต่อเพราะไม่อยากที่จะมาสะสางปัญหาหรือถ้ารับก็จะคิดค่าจ้างในราคาที่แพงกว่าโดยปกติ ทำให้เจ้าของบ้านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนสองต่อ และเพิ่มเกิดงบประมาณที่บานปลายออกไปอีก


จากปัญหาที่เรารวบรวมมาให้ในข้างต้นคงพอจะทำให้ผู้ที่กำลังสร้างบ้านทราบว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถควบคุมงบประมาณในการก่อสร้างบ้านไม่ให้บานปลายออกไป เพราะปัจจัยทุกอย่างย่อมส่งผลต่อการสร้างบ้านได้ทั้งนั้น ทางที่ดีการมีโอกาสเลือกซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างเองก็จะทำให้เราควบคุมงบประมาณการสร้างบ้านได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน เจ้าของบ้านหลายคนเจอปัญหาจากการไว้วางใจให้ผู้รับเหมาสั่งซื้อวัสดุเอง มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกบวกกำไรเข้าไปในวัสดุก่อสร้างด้วยเช่นกันคะ