ต่อเติมบ้านชั้นเดียว ให้เป็นสองชั้นทำได้หรือไม่??

ต่อเติมบ้านชั้นเดียว ให้เป็นสองชั้นอาจเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เคยคิดมาก่อน เพราะคิดว่าแค่บ้านชั้นเดียวก็เพียงพอจะได้ไม่ต้องขึ้นลงบันไดให้เหนื่อย แล้วเห็นว่าจะช่วยควบคุมงบประมาณในการก่อสร้างให้ไม่บานปลายและระยะเวลาการก่อสร้างได้ง่าย อีกทั้งประหยัดโครงสร้างวัสดุ แถมยังง่ายต่อการดูแลรักษาและทำความสะอาด แต่เมื่อลองมาอยู่อาศัยไปสักระยะหนึ่งอาจพบเจอปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้บ้านชั้นเดียวที่อาศัยอยู่เริ่มมีพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอ  หากโดยปกติทั่วไปสิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะเลือกก็คือการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้อออกมาจากตัวบ้านแทนไม่ว่าจะเป็นการขยายพื้นที่ออกไปทางด้านหน้าบ้านหรือว่าทางด้านข้างบ้าน ซึ่งถ้าเป็นบ้านที่มีเนื้อที่เหลือเฟือก็ทำได้ไม่ยากสามารถที่จะต่อเติมได้เลย แต่ถ้าหากว่าบ้านไม่มีเนื้อที่เพียงพอที่จะต่อเติมแล้วจะมีวิธีการทำอย่างไร ถ้าเลือกเป็นวิธีการต่อเติมบ้านชั้นเดียวให้ขึ้นมาเป็น 2 ชั้น สามารถทำได้หรือไม่ หรือถ้าสามารถทำได้ แล้วจะเกิดผลกระทบหรือมีปัจจัยข้อจำกัดอย่างไรบ้าง เรามาลองวิเคราะห์กันดูดีกว่าค่ะ


ในความเป็นจริงสามารถต่อเติมบ้านชั้นเดียวให้กลายเป็นบ้าน 2 ชั้นได้ไหม??

ต่อเติมบ้านชั้นเดียว

เริ่มแรกควรต้องพิจารณาหลายปัจจัยมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยเรื่องสำคัญที่ต้องคิดคำนึงถึงมากที่สุดก็คือ สภาพของโครงสร้างบ้านเดิม ไล่ตั้งแต่เสาเข็ม ฐานราก เสา คาน ว่าจะสามารถรับน้ำหนักได้หรือไม่ หากจะต่อเติมเป็น 2 ชั้นเพราะหากว่าไม่สามารถรับน้ำหนักได้ก็ไม่ควรฝืนเพราะอาจส่งผลทำให้บ้านพังถล่มลงมาเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและคนที่อยู่แวดล้อมข้างๆบ้าน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยวิศวกรโครงสร้างที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์คำนวณให้เข้ามาดูแลเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน  เมื่อเจ้าของบ้านได้รับทราบผลการคำนวณของวิศวกรโครงสร้างมาแล้วก็ต้องมาลองพิจารณาความคุ้มค่าถ้าหากจะต่อเติมใช้งบประมาณมากหรือน้อยเกินไป  หรือจะลองมองหาทางเลือกอื่นประกอบด้วย เช่น กรณีเป็นบ้านที่อยู่อาศัยมานานแล้วจนสภาพเริ่มทรุดโทรม ถ้าทุบทิ้งหรือสร้างใหม่หรือจะหาซื้อบ้านใหม่ไปจะคุ้มกับระยะเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าการต่อเติมบ้านขึ้นเป็น 2 ชั้นหรือไม่


จะต่อเติมบ้านชั้นเดียวให้เป็น 2 ชั้นได้อย่างไร

ต่อเติมบ้านชั้นเดียว

เมื่อวิศวกรได้คำนวณแล้วผลว่าโครงสร้างบ้านเดิมสามารถรับน้ำหนักส่วนต่อเติมชั้น 2 ได้ ลำดับถัดไปก็ต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวทางการต่อเติม นั่นคือว่าจะสามารถต่อเติมได้เต็มทั้งชั้นหรือได้เพียงส่วนเดียวเฉพาะแค่บางช่วงเสา รวมถึงน้ำหนักต่อตารางเมตรของส่วนต่อเติมซึ่งมีผลต่อการเลือกใช้วัสดุ เริ่มตั้งแต่ส่วนโครงสร้าง เช่น เสาที่จะต้องต่อให้สูงขึ้นไปเพื่อรับหลังคาชั้น 2 โดยจะเลือกใช้วิธีสกัดหัวเสาคอนกรีตเดิมแล้วหล่อเสาต่อ หรือจะต้องใช้เสาเหล็กซึ่งน้ำหนักเบากว่าแทน เป็นต้น ส่วนของพื้นผนัง หากเป็นกรณีที่โครงสร้างเดิมรับน้ำหนักเพิ่มได้พอสมควรอาจใช้ผนังก่ออิฐฉาบปูน พื้นหล่อคอนกรีต หรือ แผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูป

แต่ถ้าสามารถรับน้ำหนักเพิ่มได้ไม่มากอาจจะต้องใช้วัสดุที่เบาขึ้น เช่น ผนังอิฐมวลเบา, ระบบพื้น Metal Deck, ระบบพื้นและผนังเบาไฟเบอร์ซีเมนต์, ระบบผนังและฝ้าเพดานยิปซั่ม ซึ่งทั้งหมดจะต้องให้วิศวกรโครงสร้างเป็นผู้แนะนำทางเลือกที่เหมาะสมจะดีที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งระวังปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหลัง แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่โครงสร้างบ้านเดิมรับน้ำหนักได้ไม่มาก ส่วนของหลังคาซึ่งจะต้องรื้อออกและประกอบขึ้นใหม่อยู่แล้วนั้น อาจเป็นอีกจุดที่สามารถปรับให้มีน้ำหนักเบาขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของโครงสร้างหลังคาหรือวัสดุที่ใช้มุง(การเปลี่ยนวัสดุมุงอาจส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลนของโครงสร้างด้วย เช่น ระยะแป เป็นต้น) ซึ่งในข้อนี้ก็ควรได้รับคำแนะนำจากวิศวกรโครงสร้างผู้เชี่ยวชาญด้วยอีกเช่นกัน


ดังนั้นประเด็นหลักๆจะเห็นได้ว่าการต่อเติมบ้านชั้นเดียวให้กลายเป็นบ้าน 2 ชั้นนั้น ต้องพิจารณาเรื่องความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างเดิมเป็นหลักสำคัญ (หากว่าตอนนี้เจ้าของบ้านท่านใดกำลังวางแผนจะก่อสร้างบ้านชั้นเดียวอยู่ แล้วยังไม่มีโครงการอยากก่อสร้างบ้าน 2 ชั้น ก็ควรทำโครงสร้างรองรับการต่อเติมในอนาคตไว้ก่อนก็ได้จะได้ไม่ต้องมายุ่งยากในภายหลัง) นอกจากจะพิจารณาเรื่องน้ำหนักโครงสร้างแล้ว หลักๆอีกคือต้องดูเรื่องของความคุ้มค่า โดยเฉพาะที่เป็นกรณีต่อเติมได้ไม่เต็มขั้นซึ่งต้องไม่ลืมว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของทั้งชั้น 1 ชั้น 2 จะต้องมีการต่อเติมเพิ่มเข้าไปในส่วนของบันไดด้วย เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่ได้เพิ่มมาจะมีความคุ้มค่าหรือไม่ ต้องลองมาคิดคำนวณให้ดีเสียก่อน ทั้งนี้หากพิจารณาแล้วว่าจะเลือกที่จะต่อเติมแล้วก็ควรดูข้อกฎหมายกำหนด เพราะการต่อเติมจะต้องให้อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายเพื่อความถูกต้องและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงบ้าน การคำนึงเรื่องที่ว่าง และระยะร่นตามกฎหมายซึ่งจะต้องสัมพันธ์กับตำแหน่งช่องเปิดและขนาดพื้นที่ใช้สอยของบ้าน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่เจ้าของบ้านไม่สามารถละเลยได้อย่างเด็ดขาด จึงจำเป็นต้องไปศึกษาหาข้อมูลหรือสอบถามผู้รู้เพิ่มเติม เพราะเรื่องของกฎหมายก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กับเรื่องอื่นๆค่ะ