ติดตั้งรางน้ำฝน กับเทคนิคการซ่อนรางน้ำฝนให้เนียนกับหลังคา

            ติดตั้งรางน้ำฝน ในช่วงฤดูมรสุมฝนตกกระหน่ำอย่างนี้ ตัวช่วยที่ดีของบ้าน เพราะรางน้ำฝนมีหน้าที่รวบรวมและระบายน้ำฝนจากผืนหลังคาให้ไหลไปยังจุดที่ต้องการปล่อยน้ำฝนทิ้ง หากว่าบ้านไม่มีรางน้ำฝนแล้ว น้ำฝนจากบนหลังคาก็จะไหลลงไปสู่สนามหญ้าจนต้นไม้และหญ้าบริเวณนั้นได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นก็อาจจะกระเซ็นลงบ้านข้างเคียงจนเกิดปัญหาผิดใจกันใหญ่โต ประโยชน์ของรางน้ำฝนที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งก็คือ รางน้ำฝนจะช่วยป้องกันไม่ให้ผนังบ้าน หน้าต่าง และประตูเกิดคราบสกปรกจากน้ำฝนได้อีกด้วยและยิ่งถ้าหากว่าประตู หน้าต่าง ต้องผจญกับน้ำฝนที่ตกจากหลังคาบ่อยๆ แน่นอนว่าประตู หน้าต่าง ก็จะจะมีอาการบวม เพราะเกิดจากการโดนน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน แต่ข้อเสียของการติดตั้งรางน้ำฝนคือ ส่วนมากวัสดุที่นำมาติดตั้งจะเป็นสังกะสีต่อยื่นออกมานอกตัวบ้าน ส่งผลให้บ้านดูไม่สวยงาม ดูเทอะทะ บดบังทัศนียภาพของหลังคา ซึ่งวันนี้เราจะมีเทคนิคการติดตั้งรางน้ำฝนแบบเนียนๆไปกับหลังคาจนแยกไม่ออกเลยเชียวคะ ว่าบ้านได้ติดตั้งรางน้ำฝนไว้ด้วย


1.ซ่อนรางน้ำฝนไว้ด้านหลังเชิงชาย

ติดตั้งรางน้ำฝน

ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักก่อนว่าเชิงชายคือ ชิ้นไม้หรือเหล็กที่นำมาใช้ปิดทับส่วนปลายของโครงหลังคา ซึ่งโดยปกติแล้วช่างจะนำรางน้ำมายึดติดเข้ากับเชิงชายบริเวณด้านนอกด้วยตะขอแขวนราง แต่ถ้าหากว่าเจ้าของบ้านไม่ต้องการที่จะให้เห็นรางน้ำฝนก็แก้ไขด้วยการกลับเอารางน้ำฝนไปไว้หลังเชิงชายแทน ซึ่งการเลือกใช้วิธีการนี้มักนิยมใช้กับหลังคาที่มีขนาดผืนไม่ใหญ่มากนัก หรือมีความชันที่ไม่สูงมาก เช่น หลังคาของโรงจอดรถ สาเหตุมาจากที่รางน้ำฝนจะต้องวางเอียงตามองศาของหลังคา หากหลังคาที่ความชันมากๆ ก็จะส่งผลทำให้รางน้ำฝนรับปริมาณน้ำได้น้อยลง สุดท้ายน้ำฝนก็จะกระเซ็นออกมานอกรางตกสู่ภายนอกและพื้นที่ข้างเคียง


2.ซ่อนรางน้ำฝนไว้หลัง Parapet

ติดตั้งรางน้ำฝน

Parapet คือการก่อกำแพงเตี้ยๆขึ้นมาเพื่อบังไม่ให้เห็นหลังคา ซึ่งอาจจะก่อเป็นกำแพงสูงจนบังหลังคาหมด หรืออาจจะก่อเพียงแค่ขอบของหลังคาด้วยก็ได้ ในการทำ Parapet นี้จะมีรางน้ำฝนเพื่อช่วยรองรับน้ำจากหลังคาอยู่ที่ด้านหลังกำแพง โดยรางน้ำฝนอาจจะหล่อจากคอนกรีตเสริมเหล็กคล้ายๆกับการก่อรางน้ำทิ้ง หรือเป็นรางน้ำฝนที่มาติดตั้งก็ได้ อย่างไรก็ดีการซ่อนรางน้ำฝนด้วยวิธีนี้จะไม่สามารถยื่นหลังคาเป็นชายคาออกมาจากแนวผนังของอาคารได้ ซึ่งส่วนใหญ่บ้านที่มักนิยมทำสไตล์นี้จะได้แก่บ้านสไตล์โมเดิรน์ หรือ บ้านแนวลอฟท์ที่ไม่ต้องการโชว์ผืนหลังคามากเท่าไหร่นัก


3.ซ่อนรางน้ำฝนระหว่างผืนหลังคา

ติดตั้งรางน้ำฝน

แต่ถ้าหากว่าหลังคาบ้านมีความชันและมีการยื่นชายคาออกมาจากแนวผนัง การที่จะเลือกใช้วิธีซ่อนรางน้ำฝนแบบสองวิธีข้างต้นที่เราแนะนำคงจะใช้ไม่ได้ ซึ่งเจ้าของบ้านอาจจะมาเลือกใช้เป็นวิธีสุดท้ายก็คือการซ่อนรางน้ำฝนไว้ระหว่างผืนหลังคา ด้วยการทำรางน้ำฝนไว้ในแนวของผนังหรือเสาของอาคาร หลังจากนั้นก็ให้ดำเนินการต่อหลังคาอีกส่วนเพื่อออกมาเป็นชายคา โดยวิธีการนี้มีข้อดีคือว่ารางน้ำฝนสามารถที่จะรับน้ำจากผืนหลังคาส่วนใหญ่ไว้ได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างไรก็ตามอาจมีน้ำฝนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะไหลลงชายคา ซึ่งจะไม่ทำให้ส่งผลต่อพื้นที่สวนด้านล่าง หรือว่ากระเซ็นเข้ากับตัวบ้าน บานประตู หรือหน้าต่าง จนได้รับความชำรุดเสียหาย


สำหรับวัสดุรางน้ำฝนที่เจ้าของบ้านส่วนใหญ่นิยมใช้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กโดยหล่อขึ้นเป็นชิ้นเดียวกับอเส จึงต้องวางแผนทำระบบกันซึมให้เป็นอย่างดี หรืออาจจะเลือกใช้เป็นวัสดุที่มีขนาดเบาอย่างสเตนเลส,ไฟเบอร์กลาสซึ่งจะสามารถพับรางน้ำให้ได้ตามรูปแบบที่ต้องการ ฉะนั้นไม่ว่าจะเลือกเป็นวัสดุใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการหมั่นทำความสะอาดเศษฝุ่น หรือใบไม้อยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้รางน้ำเกิดการอุดตันและน้ำขัง ยิ่งถ้ามีเศษใบไม้ไปอุดตัดค้างอยู่เป็นจำนวนมากๆ ก็จะเกิดการทับถมทำให้รางน้ำบริเวณนั้นส่งกลิ่นเหม็นเน่าหรืออาจทำให้รางน้ำชำรุดเสียหาเกิดสนิมได้อีกด้วย ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่าในส่วนของท่อน้ำฝน การซ่อนรางน้ำฝนด้วยวิธีการที่ 2 กับ 3 มักนิยมที่จะซ่อนท่อน้ำฝนไว้ตามแนวผนังอาคารได้อยู่แล้ว แต่ส่วนการซ่องรางน้ำฝนด้วยวิธีการแรกอาจจะต้องคิดเรื่องของแนวการเดินท่อเพิ่มเติม หรืออาจจะเลือกใช้วิธีเป็นโซ่ (Rain Chain) แทนท่อน้ำฝน โดยให้น้ำไหลลงมาตามสายโซ่ ทำให้ดูสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ คะ